นายครองศักดิ์ สงรักษา
รองอธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร กล่าวว่า
ตามที่ทำนบดินบริเวณจุดก่อสร้างสถานีสูบน้ำท่าถั่ว ประตูน้ำท่าถั่ว ตำบลบางกรูด
อำเภอบ้านโพธิ์ จังหวัดฉะเชิงเทรา ทรุดตัวเนื่องจากน้ำทะเลหนุนสูง
เมื่อช่วงค่ำของวันที่ 9 เมษายน 2567
ทำให้มีน้ำเค็มในแม่น้ำบางปะกงไหลเข้าปะปนกับน้ำจืดในคลองประเวศบุรีรมย์และคลองสาขา
ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อพื้นที่ทำการเกษตรของจังหวัดฉะเชิงเทรา และสมุทรปราการ
โดยกรมชลประทานได้เร่งแก้ไขปัญหา โดยจัดตั้งศูนย์บัญชาการเผชิญเหตุการณ์ ณ
โครงการส่งน้ำและบำรุงรักษาพระองค์เจ้าไชยานุชิต อำเภอเมือง จังหวัดฉะเชิงเทรา
ตั้งแต่วันที่ 18 เมษายน 2567 นั้น
กรมส่งเสริมการเกษตรได้มอบหมายให้เกษตรจังหวัดฉะเชิงเทรา
และเกษตรจังหวัดสมุทรปราการเร่งสำรวจพื้นที่เพาะปลูกที่อาจจะได้รับผลกระทบ
พร้อมให้คำแนะนำในการแก้ไขปัญหาเบื้องต้น
และประสานความช่วยเหลือจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในพื้นที่
โดยให้ความช่วยเหลือเกษตรกร ตามพระราชบัญญัติทรัพยากรน้ำ พ.ศ.2561 มาตรา 83 (4)
กรมส่งเสริมการเกษตรได้รับรายงาน
(ข้อมูล ณ วันที่ 16 เมษายน 2567)
จากเกษตรจังหวัดฉะเชิงเทราว่า มีพื้นที่ 3
อำเภอของจังหวัดฉะเชิงเทราได้รับผลกระทบ คือ อำเภอบ้านโพธิ์ อำเภอเมืองฉะเชิงเทรา
และอำเภอบางปะกง ผลการดำเนินการในการสำรวจพื้นที่ด้านการเกษตร ด้านพืช ดังนี้ อำเภอบ้านโพธิ์ มีพื้นที่ได้รับผลกระทบ 5 ตำบล เกษตรกรได้รับผลกระทบ 1 ราย พื้นที่ 3 ไร่ ชนิดพืชสวนผสม อำเภอเมืองฉะเชิงเทรา มีพื้นที่ได้รับผลกระทบ 6 ตำบล เกษตรกรได้รับผลกระทบ 11 ราย พื้นที่รวมประมาณ
2 ไร่ 3 งาน ชนิดพืชผัก
และอำเภอบางปะกง มีพื้นที่ได้รับผลกระทบ 2 ตำบล
เกษตรกรได้รับผลกระทบ 6 ราย พื้นที่รวมประมาณ 2 ไร่ ชนิดพืชผัก และไม้ประดับ ในขณะที่เกษตรจังหวัดสมุทรปราการรายงานว่า
ผลการสำรวจความเสียหายเบื้องต้น ทางด้านพืชยังไม่ส่งผลการเสียหายต่อพืชโดยตรง
เนื่องจากเกษตรกรปลูกไม้ผล ได้แก่ มะม่วง มะพร้าว และกล้วย ตามคันบ่อเลี้ยงปลา
โดยได้มอบหมายให้สำนักงานเกษตรอำเภอติดตามสำรวจพื้นที่เสียหายในทุกตำบลของอำเภอบางบ่ออย่างต่อเนื่องแล้ว
รองอธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร
กล่าวอีกว่า นอกจากนี้ในช่วงเทศกาลสงกรานต์
เกิดพายุฤดูร้อนในหลายพื้นที่ของประเทศไทย โดยเฉพาะพื้นที่ภาคเหนือ อาทิ
จังหวัดเชียงใหม่ ได้รับรายงานจากเกษตรจังหวัดเชียงใหม่ว่า มีพื้นที่ได้รับผลกระทบ
2 อำเภอ คือ อำเภอฝาง และอำเภอแม่อาย
ผลการดำเนินการในการสำรวจพื้นที่ด้านการเกษตร ด้านพืช ดังนี้ อำเภอฝาง
มีพื้นที่การเกษตรได้รับผลกระทบจากเหตุวาตภัยและลูกเห็บ 2
ตำบล 5 หมู่บ้าน พื้นที่ประมาณ 216 ไร่
ชนิดพืชข้าว ไม้ผลไม้ยืนต้น และพืชผัก เกษตรกรได้รับผลกระทบ 29 ราย และอำเภอแม่อาย มีพื้นที่การเกษตรได้รับผลกระทบ 1 ตำบล 1 หมู่บ้าน พื้นที่ประมาณ 400 ไร่ ชนิดพืชไม้ผลไม้ยืนต้น และเกษตรกรได้รับผลกระทบ 10 ราย
ทั้งนี้
กรมส่งเสริมการเกษตรได้กำชับให้เกษตรจังหวัดทุกจังหวัดเฝ้าระวังผลกระทบจากภัยธรรมชาติอย่างต่อเนื่อง
พร้อมรายงานให้กรมส่งเสริมการเกษตรทราบทันที เพื่อจะได้สั่งการ
และประสานงานแก้ไขปัญหาทั้งในระดับส่วนกลาง
และระดับพื้นที่ให้ความช่วยเหลือแก่เกษตรกรต่อไป
สำหรับเกณฑ์การให้ความช่วยเหลือเกษตรกรผู้ประสบภัยพิบัติด้านพืช
ตามระเบียบกระทรวงการคลังว่าด้วยเงินทดรองราชการเพื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติกรณีฉุกเฉิน
พ.ศ. 2562 หลักเกณฑ์การใช้จ่ายเงินทดรองราชการเพื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติกรณีฉุกเฉิน
พ.ศ. 2563 และหลักเกณฑ์วิธีปฏิบัติปลีกย่อยเกี่ยวกับการให้ความช่วยเหลือด้านการเกษตรผู้ประสบภัยพิบัติกรณีฉุกเฉิน
พ.ศ. 2564 เกษตรกรที่จะได้รับความช่วยเหลือ
ต้องขึ้นทะเบียนเกษตรกร
และปรับปรุงทะเบียนเกษตรกรกับกรมส่งเสริมการเกษตรก่อนเกิดภัย
พื้นที่เป็นพื้นที่เสียหายจริง อยู่ในพื้นที่ประกาศเขตการให้ความช่วยเหลือฯ
โดยจะช่วยเหลือไม่เกินครัวเรือนละ 30 ไร่ ในอัตรา ข้าว 1,340
บาทต่อไร่ พืชไร่ละพืชผัก 1,980 บาทต่อไร่
และไม้ผลไม้ยืนต้นและอื่น ๆ 4,048 บาทต่อไร่



