สาระดีดีนิวส์ไทม์

คูโบต้า ตอกย้ำความเป็นผู้นำนวัตกรรมเกษตร เดินหน้ามอบเครื่องจักรกลเกษตรภายใต้โครงการ “คูโบต้าร่วมมือ เกษตรร่วมใจ” พร้อมจัดกิจกรรม Connect the Dots รวมพลังชุมชนคนคูโบต้า แชร์ความสำเร็จ เชื่อมโยงเครือข่าย เติบโตไปอย่างมั่นคง


             นโยบายด้านความรับผิดชอบต่อสังคมของสยามคูโบต้า ในการขับเคลื่อนไปสู่การเติบโตอย่างยั่งยืน (SDG Goals) เราให้ความสำคัญกับการทำเกษตรกรรมบนพื้นฐานความยั่งยืน บทบาทของสยามคูโบต้าจึงมุ่งเน้นไปยังเกษตรกรผู้เป็นหัวใจสำคัญที่สุดของเรา เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตให้สามารถพึ่งพาตนเองได้ เกิดความรักและภาคภูมิใจในอาชีพของตัวเอง ด้วยเหตุนี้ สยามคูโบต้า จึงเดินหน้าพัฒนาชุมชนเกษตรกรต่อเนื่องกว่า 14 ปี ครอบคลุมตั้งแต่การสนับสนุนนวัตกรรม และโซลูชันทางการเกษตร การเสริมสร้างศักยภาพของเกษตรกร พัฒนาองค์ความรู้ และการสร้างเครือข่ายที่เข้มแข็งควบคู่กันไป ให้เกษตรกรสามารถเติบโตและรับมือกับความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นในภาคการเกษตรได้ ซึ่งโครงการ “คูโบต้าร่วมมือ เกษตรร่วมใจ”  เป็นหนึ่งในโครงการสำคัญที่ บริษัทสยามคูโบต้าคอร์ปอเรชั่น จำกัด จัดทำขึ้นเพื่อตอบรับโครงการพัฒนาเศรษฐกิจฐานรากของรัฐบาล โดยมุ่งหวังเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการเครื่องจักรแบบรวมกลุ่ม เพื่อให้เกิดการใช้เครื่องจักรร่วมกัน (Machinery Pool) เพื่อช่วยลดต้นทุน เพิ่มผลิต เกิดการสร้างรายได้ในชุมชนอย่างยั่งยืน



ล่าสุด ระหว่างวันที่ 21 - 23 มกราคม 2569 ที่ผ่านมา  บริษัท สยามคูโบต้าฯได้จัดกิจกรรมกิจกรรม “Connect the Dots” ขึ้น ณ คูโบต้าฟาร์ม จ.ชลบุรี เพื่อรวมพลังชุมชนคนคูโบต้า เปิดโอกาสให้กลุ่มเกษตรกรในโครงการ “คูโบต้าร่วมมือ เกษตรร่วมใจ” ได้มา แชร์ ความสำเร็จ (Key Success) และบทเรียนจากประสบการณ์ในการทำเกษตร เชื่อมโยงองค์ความรู้และเครือข่ายเกษตรกรจากหลากหลายพื้นที่ และช่วยยกระดับศักยภาพเกษตรกรอย่างรอบด้าน เพื่อให้สามารถนำไปปรับใช้และต่อยอดให้เหมาะสมกับบริบทของพื้นที่และชุมชนของตนเอง พร้อมเติบโตไปอย่างมั่นคงและยั่งยืน



คุณปุณนะ วงศ์ธนาศิริกุล ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ ผู้จัดการทั่วไป สายงานขาย ตลาดและบริการ บริษัทสยามคูโบต้าคอร์ปอเรชั่น จำกัด เปิดเผยว่า สำหรับโครงการ คูโบต้าร่วมมือ เกษตรร่วมใจ เกิดจากนโยบายในการสนับสนุนการพัฒนาเศรษฐกิจฐานรากของรัฐบาล โดยสยามคูโบต้าเข้าไปมีส่วนร่วมผ่านการส่งมอบเครื่องจักรกลการเกษตร ให้กลุ่มสหกรณ์ หรือวิสาหกิจชุมชน เพื่อให้เกิดการใช้เครื่องจักรร่วมกัน (Machinery Pool) เพื่อช่วยลดต้นทุน เพิ่มผลิต เกิดการสร้างรายได้ในชุมชนอย่างยั่งยืน โดยประเมินจากคุณสมบัติพื้นฐานของกลุ่มวิสาหกิจชุมชนและศักยภาพในการพัฒนาคุณภาพชีวิตชุมชนของกลุ่มฯ เครื่องจักรกลการเกษตรที่สนับสนุน ได้แก่ แทรกเตอร์ อุปกรณ์ต่อพ่วง รถเกี่ยวนวดข้าว  รถขุดขนาดเล็ก รถดำนา โรงเรือนเกษตร โดรนเพื่อการเกษตร เป็นต้น ตั้งเป้าหมายให้มีชุมชนเกษตรกรเข้าถึงการใช้งานเครื่องจักรกลการเกษตร ครอบคลุมพื้นที่ทั่วภูมิภาคในประเทศ ช่วยเพิ่มรายได้ให้กับชุมชน 10%



 ปัจจุบันมีการส่งมอบเครื่องจักรกลการเกษตรให้แก่วิสาหกิจชุมชน และสหกรณ์การเกษตร ทั้งสิ้น 62 จังหวัด รวม 312 กลุ่ม ทั่วประเทศ ทำให้เกษตรกรเข้าถึงการใช้งานเครื่องจักรกลการเกษตรมากกว่า 16,000 คน ควบคู่ไปกับการเสริมสร้างองค์ความรู้ ทั้งด้านการบริหารจัดการเครื่องจักรแบบรวมกลุ่ม การจัดทำบัญชีรายรับ – รายจ่าย และการบริหารเงินทุนเพื่อการดูแลและบำรุงรักษาเครื่องจักรอย่างเหมาะสม พร้อมทั้งมีทีมช่างผู้เชี่ยวชาญของสยามคูโบต้าทั่วประเทศ คอยให้คำแนะนำด้านการใช้งานและการดูแลเครื่องจักรอย่างใกล้ชิด เพื่อให้เครื่องจักรถูกใช้งานอย่างมีประสิทธิภาพ และสามารถสร้างรายได้ให้กับกลุ่มอย่างต่อเนื่องในระยะยาว รวมทั้งให้คำปรึกษาโซลูชันการทำเกษตร อาทิ การทำเกษตรปลอดการเผา การทำเกษตรปลอดนาหว่าน การขุดบ่อเพื่อการเกษตร เป็นต้น

ซึ่งในการดำเนินงานโครงการ “คูโบต้าร่วมมือ เกษตรร่วมใจ” จะมีการบริหารจัดการเครื่องจักรกลการเกษตรกับสมาชิกในกลุ่มอย่างทั่วถึงในช่วงฤดูการทำงาน มีการจดบันทึกรายการใช้งานอย่างเป็นรูปธรรมโดยใช้งานร่วมกับระบบ KIS กลุ่มดูแลเครื่องจักรฯ ให้พร้อมใช้งานอยู่เสมอ มีการแต่งตั้งเจ้าหน้าที่ประจำกลุ่มที่ดูแลเครื่องจักรกลการเกษตรเป็นหลัก เพื่อเช็กสภาพ รวมถึงวางแผนการรับบริการจากทางทีมช่างบริการสยามคูโบต้า (SSC) เพื่อให้มีความพร้อมใช้งานอยู่เสมในด้านการติดตามและดูแลกลุ่มเกษตรกร สินค้าที่เรามอบในโครงการส่วนใหญ่มีการติดตั้งระบบ KIS หรือ KUBOTA Intelligence Solutions ในการรับข้อมูลเพื่อช่วยสนับสนุนการใช้เครื่องจักรได้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น

“ตั้งแต่เดือนธันวาคม 2563 – ถึงปี 2568 มีจำนวนกลุ่มวิสาหกิจชุมชนและสหกรณ์การเกษตรที่ได้รับเครื่องจักรกลการเกษตร รวมทั้งสิ้น 312 กลุ่ม ใน 62 จังหวัดทั่วประเทศ มูลค่ารวมกว่า 210 ล้านบาท รวมเกษตรกรในโครงการกว่า 16,000 ราย ครอบครองพื้นที่ทำการเกษตร 140,000 ไร่ และช่วยสร้างรายได้ให้กับกลุ่มที่เข้าร่วมโครงการฯ เพิ่มขึ้น 10% แบ่งเป็นภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 168 กลุ่ม (คิดเป็น 54%)  ภาคเหนือ 78 กลุ่ม (25%) ภาคกลางและใต้ 66 กลุ่ม (21%) ซึ่งประกอบด้วยแทรกเตอร์และอุปกรณ์ต่อพ่วง รถเกี่ยวนวดข้าว รถดำนา รถขุดขนาดเล็ก 10 จังหวัดทีมีจำนวนกลุ่มฯ เข้าร่วมโครงการสูงที่สุด ได้แก่ อุดรธานี นครราชสีมา อุบลราชธานี บุรีรัมย์ ศรีสะเกษ ลำพูน ขอนแก่น หนองคาย หนองบัวลำพู และมหาสารคาม ซึ่งครอบคลุมการเพาะปลูกในหลากหลายพืช”



ด้วยเหตุดังกล่าว สยามคูโบต้าฯ จึงจัดกิจกรรม “Connect the Dots” ขึ้น ซึ่งถือเป็นครั้งแรกที่สยามคูโบต้าตั้งใจให้ทุกวิสาหกิจชุมชนที่คูโบต้าดูแล ได้มองเห็นโอกาสในการต่อยอดแนวทางการทำเกษตรร่วมกัน จึงได้เปิดโอกาสให้ทุกคนได้มาเชื่อมโยงองค์ความรู้ แลกเปลี่ยนและแชร์ประสบการณ์ ทั้งความสำเร็จและบทเรียนจากการทำเกษตรจริง เพื่อให้พี่น้องเกษตรกรสามารถนำไปปรับใช้ ให้เหมาะสมกับบริบทของพื้นที่และชุมชนของตนเอง นอกจากนี้ยังมีสยามคูโบต้าคอยช่วยแนะนำแนวทาง ในการพัฒนาองค์ความรู้ ผ่านการสร้างกระบวนการทำงานแบบรวมกลุ่มให้เป็นไปตามเป้าหมายที่ทุกท่านตั้งใจไว้ สำหรับ 20 วิสาหกิจชุมชนที่ได้รับการคัดเลือกในครั้งนี้ ถือเป็นกลุ่มที่มีความพร้อมและมีศักยภาพในการบริหารจัดการ สามารถเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญในการขยายผล และเป็นต้นแบบในการยกระดับชุมชนเกษตรกร รวมถึงการต่อยอดไปสู่กลุ่มอื่นๆ ในแต่ละภูมิภาค



“สยามคูโบต้าเชื่อมั่นว่า การเชื่อมโยงกันในครั้งนี้องค์ความรู้และประสบการณ์จากทั้ง 20 วิสาหกิจชุมชน จะถูกต่อยอดและขยายผลไปสู่เครือข่ายเกษตรกรในวงกว้าง เกิดการเรียนรู้ร่วมกันอย่างต่อเนื่อง และนำไปสู่การยกระดับชุมชนเกษตรกรในแต่ละภูมิภาคอย่างเป็นรูปธรรม อีกทั้งทำให้พี่น้องเกษตรกรได้รู้จักกันมากขึ้น ร่วมกันพัฒนาและเติบโตไปอย่างมั่นคง พร้อมขยายสู่การสร้างชุมชนที่เข้มแข็ง เกิดเป็น KUBOTA Community ซึ่งจะเป็นพลังสำคัญในการผลักดันภาคการเกษตรไทยให้ก้าวไปข้างหน้า และเป็นภาคที่สำคัญในการขับเคลื่อนความมั่งคั่งของประเทศในอนาคต”คุณปุณนะ วงศ์ธนาศิริกุล กล่าว



สำหรับกลุ่มเกษตรกรในโครงการ “คูโบต้าร่วมมือ เกษตรร่วมใจ” ที่เข้าร่วมกิจกรรม “Connect the Dots” ระหว่างวันที่ 21 - 23 มกราคม 2569 ณ จังหวัดชลบุรี จำนวน 20 กลุ่ม ประกอบด้วย ภาคอีสาน 10 กลุ่ม ภาคเหนือ 4 กลุ่ม ภาคกลาง 4 กลุ่ม ภาคใต้ 2 กลุ่ม ดังนี้  (ภาคอีสาน)  1.วิสาหกิจชุมชนเกษตรอินทรีย์ตำบลหนองสูงใต้ จ.มุกดาหาร 2.วิสาหกิจชุมชนข้าวอินทรีย์บ้านกุดเรือใหญ่ จ.สกลนคร 3.วิสาหกิจชุมชนเกษตรแปลงใหญ่อำเภอนาเยีย จ.อุบลราชธานี 4.วิสาหกิจชุมชนฮักหนองดู่ 2020 จ.นครราชสีมา 5.วิสาหกิจชุมชนศูนย์ข้าวชุมชนบ้านโนนสวรรค์ จ.ร้อยเอ็ด 6.วิสาหกิจชุมชนกลุ่มผู้ผลิตเมล็ดพันธุ์ข้าวบ้านนาบอน จ.กาฬสินธ์ 7.วิสาหกิจชุมชนกลุ่มศูนย์ส่งเสริมและพัฒนาการเกษตร จ.บึงกาฬ 8.วิสาหกิจชุมชนนาแปลงใหญ่บ้านหนองฟักทอง จ.บุรีรัมย์ 9.วิสาหกิจชุมชนแปลงใหญ่ถั่วลิสงศรีสุข จ.ขอนแก่น 10.วิสาหกิจชุมชนกลุ่มทำนาประณีตข้าวอินทรีย์ศรีสำราญ จ.ชัยภูมิ (ภาคเหนือ) 11.กลุ่มวิสาหกิจชุมชนผักแปลงใหญ่และพืชสมุนไพรหนองช้างงาม จ.กำแพงเพชร 12.วิสาหกิจชุมชนกลุ่มนาแปลงใหญ่บ้านสันทรายน้อย จ.เชียงราย 13.วิสาหกิจชุมชนกลุ่มเลี้ยงโค หมู่ที่ 12 บ้านหนองมะค่า จ.ตาก 14.วิสาหกิจชุมชนศูนย์ข้าวชุมชนบ้านร้องตีมีด จ.เชียงใหม่ (ภาคกลาง) 15.วิสาหกิจชุมชนแปลงใหญ่ (ข้าว) ตำบลยางนอน จ.สุพรรณบุรี 16.วิสาหกิจชุมชนแปลงใหญ่ข้าวตำบลหนองโดน จ.สระบุรี 17.วิสาหกิจชุมชนกลุ่มหน่อไม้ฝรั่งปลอดภัยบ้านปลวกสูง จ.ลพบุรี 18.วิสาหกิจชุมชนนาแปลงใหญ่บ้านเนินสวนอ้อย จ.สระแก้ว (ภาคใต้) 19.วิสาหกิจชุมชนกลุ่มปลูกพืชฤดูแล้งลุ่มน้ำปากพนัง อำเภอร่อนพิบูลย์ จ.นครศรีธรรมราช 20.วิสาหกิจชุมชนอาชีพข้าวไร่พัฒนาตำบลเขาดิน จ.กระบี่

                                          

แสดงความคิดเห็น (0)
ใหม่กว่า เก่ากว่า
สาระดีดีนิวส์ไทม์
สาระดีดีนิวส์ไทม์
สาระดีดีนิวส์ไทม์