สาระดีดีนิวส์ไทม์

กระทรวงพาณิชย์ ผนึกกำลังภาคเอกชนไทย–ญี่ปุ่น เยือน บ.สุริยนกรีนฟาร์ม นำร่องปลูกกล้วยหอมทองกว่า 100 ไร่ ที่ อ.แก้งคร้อ จ.ชัยภูมิ พร้อมสร้างล้งรวบรวมผลผลิตมาตรฐานส่งออก


 

เมื่อวันที่ 17 กุมภาพันธ์ 2569 ที่ผ่านมา กระทรวงพาณิชย์ โดย กรมการค้าภายใน ร่วมกับ คุณพิมใจ มัตสึโมโต กรรมการผู้จัดการ บริษัท พีแอนด์เอฟ เทคโน จำกัด  และ บริษัท Bay Commerce Co.,Ltd. ผู้ประกอบการนำเข้าสินค้าเกษตร จากเมืองโยโกฮามะ ประเทศญี่ปุ่น ลงพื้นที่ไปยัง บริษัท สุริยนกรีนฟาร์ม จำกัด อ.แก้งคร้อ จ.ชัยภูมิ เพื่อดูความพร้อมแปลงปลูกกล้วยหอมทอง และจุดที่ใช้สำหรับรวบรวมผลผลิตเพื่อการส่งออก โดยการลงพื้นที่ในครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อประเมินคุณภาพผลผลิต มาตรฐานการเพาะปลูก และศักยภาพของเกษตรกรในพื้นที่ ซึ่งมุ่งเน้นการยกระดับมาตรฐานการผลิตให้สอดคล้องกับความต้องการของตลาดญี่ปุ่น ทั้งด้านคุณภาพ ความปลอดภัยทางอาหาร และระบบตรวจสอบย้อนกลับ



ทั้งนี้ กระทรวงพาณิชย์ โดย กรมการค้าภายใน ยืนยันว่าจะเดินหน้าสนับสนุนการเชื่อมโยงตลาดทั้งใน และต่างประเทศ รวมทั้งส่งเสริมให้เกษตรกรที่อยู่ในพื้นที่ที่เหมาะสมเกิดการรวมกลุ่มกันปลูก เพื่อให้ได้ปริมาณผลผลิตที่เพียงพอต่อรอบการจัดส่ง ตลอดจนผลักดันให้ผลผลิตทางการเกษตรมีมาตรฐาน ตรงตามที่ตลาดผู้รับซื้อต้องการ และเป็นที่ยอมรับในระดับสากล เพื่อสร้างความเข้มแข็งให้เศรษฐกิจฐานรากอย่างต่อเนื่องต่อไป



คุณพิมใจ มัตสึโมโต กรรมการผู้จัดการ บริษัท พีแอนด์เอฟ เทคโน จำกัด ผู้ที่ยังคงเดินหน้าอย่างต่อเนื่องในการจัดหากล้วยหอมทองจากเมืองไทยส่งไปญี่ปุ่นเพื่อให้ได้ตามโควต้าภายใต้กรอบความตกลงหุ้นส่วนเศรษฐกิจไทย-ญี่ปุ่น (JTEPA) ปริมาณ 8,000 ตัน/ปี ซึ่งปัจจุบันยังคงทำได้เพียง 3,000 ตัน/ปี ยังขาดอีก 5,000 ตัน โดยคาดการณ์ว่าจะต้องรวบรวมผลผลิตส่งให้ครบเต็มจำนวนโควต้าภายในเดือนเมษายน ปี 2570 นี้





 ดังนั้นกรรมการผู้จัดการ บ.พีแอนด์เอฟ จึงได้ลงพื้นที่เพื่อติดตามความคืบหน้าของการรวบรวม และคุณภาพของผลผลิตให้ตรงตามมาตรฐานการส่งออกอย่างใกล้ชิดของสมาชิกที่ได้เข้าร่วมโครงการ ในพื้นที่  อ.เสิงสาง จ.นครราชสีมา

กระทรวงพาณิชย์ โดย กรมการค้าภายใน และคุณพิมใจ มัตสึโมโต พร้อมคณะได้เดินทางไปยัง บริษัท สุริยนกรีนฟาร์ม จำกัด อ.แก้งคร้อ จ.ชัยภูมิ ซึ่งเป็นหนึ่งในพื้นที่เป้าหมายที่จะเป็นแหล่งผลิต และเป็นแหล่ง (ล้ง) รวบรวมผลผลิต พร้อมทั้งยังได้พบปะพูดคุยกับเกษตรกรในพื้นที่ เพื่อให้รายละเอียดและหลักเกณฑ์ในการปลูกเพื่อส่งออก



ด้าน นายคาตาโอกะ ทาคายูกิ ตัวแทนจาก บริษัท Bay Commerce Co.,Ltd. ผู้ประกอบการนำเข้าสินค้าเกษตร จากเมืองโยโกฮามะ ประเทศญี่ปุ่น ที่ได้มีโอกาสเดินทางจากประเทศญี่ปุ่นมายังประเทศไทยหลายครั้ง เพื่อดูแปลงปลูกกล้วยในพื้นที่ต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็น กล้วยหอมทอง กล้วยหอมเขียว และกล้วยไข่ ได้ให้ข้อมูลเพิ่มเติมว่า กล้วยหอมทองจากประเทศไทยเป็นที่นิยมสูงในตลาดญี่ปุ่น โดยเฉพาะในกลุ่มผู้บริโภคที่ต้องการผลไม้เกรดพรีเมียม เนื่องจากมีกลิ่นหอม รสชาติหวาน และเนื้อเหนียวนุ่มเป็นเอกลักษณ์ แม้ญี่ปุ่นจะนำเข้ากล้วยกว่า 1 ล้านตันต่อปี แต่กล้วยไทยมีจุดเด่นเรื่องรสชาติที่ต่างจากสายพันธุ์ทั่วไป ทำให้เป็นสินค้าที่มีศักยภาพสูง และได้รับความสนใจเป็นอย่างมาก ดังนั้นการมาเยื่อนประเทศไทย และได้ลงแปลงดูกระบวนการผลิตตั้งแต่ปลูกไปจนถึงขั้นตอนการบบรจุพร้อมส่งนั้น ทำให้ได้เกิดความใกล้ชิดกับเกษตรกรมากยิ่งขึ้น และยังได้แลกเปลี่ยนองค์ความรู้ด้านเทคโนโลยีการเกษตรสมัยใหม่ สำหรับกระบวนการผลิตตั้งแต่การปลูกจนถึงขั้นตอนการจัดการผลผลิตที่พร้อมส่งออกไปยังตลาดญี่ปุ่นเพื่อให้ได้ตรงตามมารฐานอีกด้วย



นายภาสวิชญ์ ภูมิรัตนประพิณ หรือ ตะวัน เกษตรกรรุ่นใหม่วัย 27 ปี ผู้บริหาร บริษัท สุริยนกรีนฟาร์ม จำกัด และเจ้าของแปลงปลูกกล้วยหอมทองกว่า 100 ไร่ ซึ่งในอนาคตยังมีแผนที่จะขยายพื้นที่เพิ่มขึ้น โดยตั้งเป้าหมายการปลูกเชิงอุตสาหกรรมอย่างเป็นระบบ เนื่องจากมีความพร้อมทั้งทางด้านพื้นที่ กำลังทุน เครื่องจักรกลทางการเกษตร และทีมดูแลที่มีประสบการณ์ในการทำเกษตร รวมไปถึงทีมวิศวกรที่จะดูแลเรื่องระบบน้ำ ระบบไฟ ตลอดจนระบบที่จำเป็นตั้งแต่กระบวนการเพาะปลูกไปถึงกระบวนการคัดบรรจุเตรียมส่งออก



“พื้นที่แปลงปลูกของเรามีความสูงจากระดับน้ำทะเลประมาณ 300-500 เมตร สภาพดินเป็นดินร่วนปนทราย ระบายน้ำได้ดี ไม่มีน้ำท่วมซ้ำซาก สภาพภูมิอากาศเหมาะสม นอกจากนี้เรายังขุดสระกักเก็บน้ำ (บ่อพักน้ำบาดาล) ไว้ใช้ภายในสวนอย่างเพียงพอ และระบบน้ำบาดาล-โซลาร์เซลล์คุณภาพหลายจุดพร้อมระบบไฟฟ้าพร้อมใช้งาน ถือได้ว่าเราค่อนข้างที่จะมีความพร้อมในทุกด้าน จึงตั้งใจที่จะลงมือทำนำร่องไปก่อน เพื่อให้เกษตรกรในพื้นที่ได้เข้ามาศึกษาเรียนรู้ที่แปลงปลูกกล้วยหอมของเรา เพื่อให้เกิดความมั่นใจในการลงมือปลูก อีกหนึ่งสิ่งที่ทางเราเสริมความมั่นใจมากขึ้นคือ การสร้างล้งรวบรวมผลผลิต ซึ่งเป็นล้งที่สร้างขึ้นตามมารฐานของทางตลาดญี่ปุ่น เพราะเรามีความตั้งใจจะปลูกเพื่อส่งออกไปยังประเทศญี่ปุ่น ดังนั้นเราจึงพร้อมที่ปรับรูปแบบให้ตรงกับมาตรฐานของผู้ซื้อ”

นางสาวจริยา ภูมิรัตนประพิณ หรือ บุญนี่ หนึ่งในผู้บริหาร บริษัท สุริยนกรีนฟาร์ม จำกัด เผยว่านอกจากความพร้อมในด้านพื้นที่ และการจัดการแปลงปลูกรวมไปถึงล้งรวบรวมผลผลิต และตลาดรองรับผลผลิตอย่างการส่งออกไปยังประเทศญี่ปุ่นแล้ว ทางบริษัทฯ ยังได้มองไปถึงตลาดภายในประเทศเพื่อรองรับผลผลิตที่ตกเกรณ์การส่งออก รวมไปถึงการนำกล้วยหอมทองที่ตกเกรดมาแปรรูปเพื่อเพิ่มมูลค่า ซึ่งเป็นการเปิดตลาดอีกช่องทางหนึ่ง



“ตอนนี้เราได้นำกล้วยหอมทองที่ตกเกรดมาทดลองแปรรูปแบบต่าง ๆ ดูบ้างแล้ว ไม่ว่าจะเป็นกล้วยหอมทองอบแห้ง กล้วยชุบช็อกโกแลต กล้วยหนึบอัลมอนด์ รวมไปถึงการออกแบบโลโก้ และบรรจุภัณฑ์ไว้ด้วย เราพยายามที่จะเพิ่มมูลค่า และกระจายผลผลิตทุกเกรดไปยังตลาดต่าง ๆ มากขึ้นโดยที่ไม่ได้พึ่งการส่งออกเพี่ยงอย่างเดียว”

อย่างไรก็ตามแม้ผู้บริโภค และตลาดญี่ปุ่นจะเปิดรับเพียงใด แต่ปัจจุบันประเทศไทยเรายังไม่สามารถผลิตกล้วยหอมทองเพื่อการส่งออกไปยังประเทศญี่ปุ่นได้เต็มจำนวนภายใต้กรอบความตกลงหุ้นส่วนเศรษฐกิจไทย-ญี่ปุ่น (JTEPA) ดังนั้นหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งภาครัฐ และเอกชนจึงได้ลงพื้นที่เพื่อเร่งส่งเสริมผลักดันในเกษตรกรที่อยู่ในพื้นที่เหมาะสมเกิดการร่วมกลุ่มและผลิต ทั้งนี้นอกจะช่วยรักษาโคต้าการส่งออกกล้วยหอมทองไปญี่ปุ่นแล้ว ยังเป็นการผลักดันสินค้าเกษตรไทยไปยังตลาดต่างประเทศด้วย./


แสดงความคิดเห็น (0)
ใหม่กว่า เก่ากว่า
สาระดีดีนิวส์ไทม์
สาระดีดีนิวส์ไทม์
สาระดีดีนิวส์ไทม์