ในโลกการเกษตรสมัยใหม่ที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว
ความท้าทายรอบด้านกำลังทดสอบศักยภาพการผลิตของไทย ทั้งสภาพอากาศที่คาดเดาไม่ได้
การระบาดของแมลงศัตรูพืชที่รุนแรงขึ้น
และปัญหาการดื้อสารเคมีที่บังคับให้เกษตรกรต้องพ่นสารบ่อยครั้ง ส่งผลโดยตรงต่อ
ต้นทุน เวลา และสิ่งแวดล้อม การปรับตัวจึงไม่ใช่ทางเลือก
แต่เป็นเงื่อนไขสำคัญของความอยู่รอดและความยั่งยืนทางอาหารของประเทศ
เพื่อตอบโจทย์นี้ ซินเจนทา (Syngenta) ในฐานะผู้นำด้านนวัตกรรมและเทคโนโลยีการเกษตรระดับโลก
ได้เปิดตัว “พลินาโซลิน” (Plinazolin™) สารออกฤทธิ์รุ่นใหม่ที่ผ่านการวิจัยและพัฒนามาอย่างยาวนานจากหลายประเทศทั่วโลก
นวัตกรรมนี้ถูกวิจัยและพัฒนามาเพื่อพลิกเกมการจัดการศัตรูพืชยุคใหม่ที่ซับซ้อนขึ้น
ลดการพึ่งพาการใช้สารเคมีซ้ำซ้อน ลดความสูญเสียของผลผลิต
และนวัตกรรมนี้จะช่วยให้เกษตรกรไทยสามารถปรับตัวได้อย่างมีประสิทธิภาพ
นี่ไม่ใช่เพียงการเพิ่มผลผลิต
แต่คือการสร้างความมั่นใจว่าภาคการเกษตรไทยจะสามารถก้าวข้ามความท้าทาย
ปรับตัวได้ทันต่อสถานการณ์ และเดินหน้าสู่ความยั่งยืน
พลินาโซลิน (Plinazolin™) เป็นสารออกฤทธิ์ใหม่ (New Mode of
Action) ที่จัดอยู่ใน IRAC กลุ่ม 30 ที่มีกลไกการทำงานเฉพาะตัว สามารถควบคุมแมลงศัตรูพืชได้หลากหลายชนิด
ทั้งแมลงปากกัดและแมลงปากดูด ไม่ว่าจะเป็นหนอนต่างๆ เพลี้ยไฟ เพลี้ยไก่แจ้
เพลี้ยจั๊กจั่นฝอย หนอนใยผัก ด้วงหมัดผัก ไรขาว หนอนชอนใบส้ม และไรสนิมส้ม ซึ่งล้วนเป็นศัตรูพืชสำคัญของพืชผักและพืชเศรษฐกิจในประเทศไทย
สารออกฤทธิ์นี้สามารถทำงานได้ทั้งทางสัมผัสตายและการกินตาย (contact and
ingestion) ส่งผลให้แมลงหยุดทำลายพืชได้รวดเร็วตั้งแต่ระยะเริ่มต้น
พร้อมให้การปกป้องที่ยาวนานแม้ในสภาพอากาศที่ท้าทาย
สิ่งนี้ทำให้เกษตรกรลดจำนวนครั้งในการพ่น ซึ่งนอกจากช่วยลดความเสียหายของพืชแล้ว
ยังช่วยลดผลกระทบของการใช้สารต่อสิ่งแวดล้อมด้วย อีกหนึ่งความโดดเด่นของเทคโนโลยีนี้คือความคงตัวต่อแสงแดดและฝน
ทำให้เกษตรกรมั่นใจได้ว่าแม้ในฤดูการผลิตที่สิ่งแวดล้อมแปรปรวน
ก็ยังสามารถปกป้องพืชได้อย่างมีประสิทธิภาพ
ขณะเดียวกันยังคงมาตรฐานความปลอดภัยต่อผู้ใช้และผู้บริโภคเมื่อใช้อย่างถูกวิธี
ซึ่งสอดคล้องกับแนวโน้ม “เกษตรสีเขียว” (Green Agriculture) ที่ประเทศไทยให้ความสำคัญมากขึ้นเรื่อยๆ
นายพิษณุ อภิราชกมล
ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาด บริษัท ซินเจนทา ครอป โปรเทคชั่น จํากัด กล่าวว่า
“เราเชื่อว่านวัตกรรมนี้
คือหัวใจของการขับเคลื่อนภาคเกษตรให้เติบโตอย่างยั่งยืน เนื่องจากเทคโนโลยี พลินาโซลิน (Plinazolin™)
ไม่เพียงแต่ช่วยให้เกษตรกรควบคุมแมลงศัตรูพืชได้อย่างมีประสิทธิภาพ
แต่ยังเป็นก้าวสำคัญในการยกระดับมาตรฐานความปลอดภัยด้านอาหารของประเทศไทยให้ทัดเทียมระดับสากล
โดยผลลัพธ์ที่เกษตรกรสัมผัสได้จริง คือ กำจัดแมลงได้หลากหลาย
จำนวนครั้งในการฉีดสารน้อยลงแต่เห็นผลชัด
ไม่ว่าจะเป็นช่วยลดต้นทุนแรงงานและค่าใช้จ่ายในการพ่น ทำให้พืชไม่ถูกรบกวน
และได้ผลผลิตที่มีคุณภาพดีขึ้น เหมาะสมกับแนวทางการปลูกผักตามมาตรฐานเกษตรปลอดภัย GAP
(Good Agricultural Practice) ที่ช่วยให้เกษตรกรสามารถเพิ่มผลผลิตได้อย่างยั่งยืน
ไม่กระทบต่อสิ่งแวดล้อมและสุขภาพของผู้บริโภค ซึ่งการลดจำนวนครั้งในการพ่นนั้น
นอกจากจะลดการใช้พลังงานและน้ำมันจากเครื่องพ่น
ยังช่วยลดผลกระทบของสิ่งแวดล้อมและสิ่งมีชีวิตอื่นอีกด้วย”
ปัจจุบันเกษตรกรไทยกำลังอยู่ในช่วงเปลี่ยนผ่านสำคัญจากการทำเกษตรแบบดั้งเดิม
สู่เกษตรกรรมยุคใหม่ที่ต้องอาศัยเทคโนโลยีและความรู้ทางวิทยาศาสตร์ที่มากขึ้น
ซินเจนทาตระหนักดีว่า
การพัฒนาเทคโนโลยีการปกป้องพืชต้องไม่เพียงตอบโจทย์เรื่องประสิทธิภาพเท่านั้น
แต่ต้องคำนึงถึงความปลอดภัยต่อผู้ใช้ สิ่งแวดล้อม และความยั่งยืนในระยะยาว
พลินาโซลิน (Plinazolin™) จึงถือเป็นก้าวสำคัญของซินเจนทาในด้านการวิจัยและพัฒนา
เพราะเป็นสารออกฤทธิ์กลุ่มใหม่ที่มีการทำงานเฉพาะตัว
สามารถจัดการแมลงศัตรูพืชที่ดื้อสารได้อย่างมีประสิทธิภาพ
พร้อมรองรับสภาพการปลูกที่หลากหลายของไทย
ตั้งแต่พืชผักจนถึงพืชเศรษฐกิจที่ต้องการการดูแลอย่างเข้มข้น
“เทคโนโลยี พลินาโซลิน (Plinazolin™) สะท้อนถึงความมุ่งมั่นของซินเจนทาในการพัฒนานวัตกรรมที่ช่วยเพิ่มผลผลิตทางการเกษตรอย่างยั่งยืนและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม
เราเข้าใจดีว่าศัตรูพืชและโรคพืชมีการเปลี่ยนแปลงอยู่เสมอ
จึงมุ่งส่งมอบโซลูชันที่ล้ำสมัยและมีประสิทธิภาพเพื่อปกป้องผลผลิตของเกษตรกรอย่างมั่นคง
โดยเบื้องหลังเทคโนโลยีนี้คือการผสานองค์ความรู้ทางวิทยาศาสตร์ระดับโลกเข้ากับความเข้าใจในสภาพการปลูกของเกษตรกรไทย
เพื่อให้ได้สารออกฤทธิ์ที่ควบคุมแมลงศัตรูพืชได้อย่างยอดเยี่ยมและสอดคล้องกับแนวทางการทำเกษตรอย่างรับผิดชอบต่อผู้ใช้
ผู้บริโภค และสิ่งแวดล้อมในระยะยาว พลินาโซลิน (Plinazolin™) จึงไม่ใช่เพียงนวัตกรรมใหม่ แต่เป็นตัวแทนของ “เทคโนโลยีแห่งอนาคต”
ที่พร้อมผลักดันให้เกษตรกรไทยเพิ่มศักยภาพการแข่งขันได้อย่างมั่นคง
และช่วยให้ประเทศเดินหน้าสู่ระบบอาหารที่ปลอดภัย มีคุณภาพ
และยั่งยืนในระยะยาว ขณะเดียวกันซินเจนทายังคงเดินหน้าวิจัยและพัฒนาเทคโนโลยีใหม่อย่างต่อเนื่อง
เพื่อยกระดับศักยภาพของภาคเกษตรกรรมไทยให้แข่งขันได้ในระดับสากลและสร้างความมั่นคงทางอาหารให้กับประเทศในอนาคต”
นายพิษณุ อภิราชกมล กล่าวสรุป


