สาระดีดีนิวส์ไทม์

สยามคูโบต้า เผยโร้ดแมป ปี’ 69 ตั้งเป้ารายได้ 6.2 หมื่นล้านปักหมุดไทยเป็นศูนย์กลาง “KUBOTA Agri Solutions” ของอาเซียน พร้อมเดินหน้าสู่ Global Major Brand ในปี 2573


 


สยามคูโบต้า เดินหน้าวิสัยทัศน์ Global Major Brand 2030 ปักธงบทบาท “FOOD SECURITY PARTNERSHIPS” ในห่วงโซ่อุปทานอาหารโลก เสริมความมั่นคงด้านอาหารอย่างยั่งยืน ชูแผนธุรกิจระยะกลาง ชู 2 จุดแข็ง “สมาร์ตฟาร์มมิ่ง – เกษตรมูลค่าสูง” ดันรายได้เกษตรกรและเศรษฐกิจฐานรากเติบโต พร้อมเร่งปั้น “KUBOTA Next Gen Farmer” รับมือวิกฤตเกษตรกรขาดแคลน พร้อมเตรียมเปิดตัว 3 สินค้าใหม่ ปี 2569  “รถตัดอ้อย - แทรกเตอร์ตู้แอร์ - โดรนการเกษตร” พร้อมหนุนบริการหลังการขาย มุ่งสู่แบรนด์อันดับหนึ่งในใจเกษตรกร



บริษัทสยามคูโบต้าคอร์ปอเรชั่น จำกัด แถลงข่าวประกาศผลประกอบการปี 2568 แข็งแกร่ง ทำรายได้กว่า 55,000 ล้านบาท ตอกย้ำความเป็นผู้นำด้านการผลิตเครื่องจักรกลการเกษตรในภูมิภาคอาเซียน เดินหน้าแผนยุทธศาสตร์ปี 2569 มุ่งสู่การเป็น “Global Major Brand” ผลักดันประเทศไทยสู่บทบาทการผลิตการเป็นศูนย์กลาง “KUBOTA Agri Solutions” และปักธงแบรนด์ในฐานะ “Food Security Partnerships” เสริมความมั่นคงด้านอาหารอย่างยั่งยืน ด้วยมาตราฐานการผลิตระดับเดียวกับคูโบต้าประเทศญี่ปุ่น ควบคู่การเร่งขับเคลื่อนเกษตรกรรุ่นใหม่ภายใต้แนวคิด “KUBOTA Next Gen Farmer” พร้อมเตรียมเปิดตัว 3 นวัตกรรมเครื่องจักรกลการเกษตรใหม่



นายคาซึโนริ ทานิ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัทสยามคูโบต้าคอร์ปอเรชั่น จำกัด กล่าวว่า ในปีที่ผ่านมา สยามคูโบต้ายังคงรักษาเสถียรภาพทางธุรกิจได้อย่างแข็งแกร่ง แม้จะเผชิญกับความท้าทายจากหลายปัจจัย โดยผลการดำเนินธุรกิจในปี 2568 อยู่ที่ 55,000 ล้านบาท แบ่งเป็นรายได้จากในประเทศร้อยละ 60 และต่างประเทศร้อยละ 40 สะท้อนความเป็นผู้นำด้านการผลิตในภูมิภาคอาเซียน ทั้งนี้ ยังคาดการณ์ว่า ผลการดำเนินงานประจำปี 2569 ที่ 62,000 ล้านบาท จากการวางกลยุทธ์เชิงรุกที่มุ่งยกระดับธุรกิจจากผู้ผลิตเครื่องจักรกลการเกษตรสู่การเป็นผู้ให้บริการโซลูชันเกษตรครบวงจร (Total Agri-Solutions Provider) ผ่านการผสานเทคโนโลยีดิจิทัล นวัตกรรมเครื่องจักรกลการเกษตร และระบบบริหารจัดการฟาร์มอัจฉริยะเข้าด้วยกันอย่างเป็นระบบ

สำหรับปีนี้ เป็นอีกก้าวสำคัญของคูโบต้าในการเดินหน้าสู่การเป็น “Global Major Brand 2030” ยังคงให้ความสำคัญกับการสร้างความยั่งยืนในสามมิติหลัก ได้แก่ อาหาร น้ำ และสิ่งแวดล้อม โดยยกระดับโครงสร้างการบริหารและแนวทางการพัฒนาโซลูชัน พร้อมผสานศักยภาพของทุกภาคส่วนในองค์กรให้สามารถดำเนินงานอย่างมีประสิทธิภาพและยั่งยืน ในส่วนของประเทศไทย สยามคูโบต้ามีบทบาทสำคัญในการขับเคลื่อนองค์กรสู่เป้าหมายดังกล่าว โดยวางตำแหน่งประเทศไทยเป็นศูนย์กลาง “KUBOTA Agri Solutions” ใน 2 มิติสำคัญ ได้แก่ พื้นที่นำร่อง (Pilot Site) สำหรับทดลอง พัฒนา และยกระดับองค์ความรู้ เทคโนโลยี และนวัตกรรมด้านการเกษตร และ ศูนย์กลางการเรียนรู้และถ่ายทอดโซลูชัน นำองค์ความรู้ เทคโนโลยี และนวัตกรรมที่พัฒนาในไทยไปต่อยอดและส่งต่อไปยังประเทศใกล้เคียง

“อีกหนึ่งแผนงานที่สำคัญ คือการมุ่งมั่นรักษามาตราฐานด้านการผลิตของประเทศไทยในระดับเดียวกับคูโบต้าประเทศญี่ปุ่น โดยยึดมั่นในมาตรฐานการผลิตด้านคุณภาพ ต้นทุน และการส่งมอบ (QCD: Quality, Cost, Delivery) เพื่อสร้างความประทับใจและความเชื่อมั่นสูงสุดแก่ลูกค้า” นายคาซึโนริ กล่าวสรุป



นางวราภรณ์ โอสถาพันธุ์ กรรมการรองผู้จัดการใหญ่อาวุโส บริษัทสยามคูโบต้าคอร์ปอเรชั่น จำกัด เปิดเผยว่า ภาวะเศรษฐกิจการเกษตรของประเทศไทยในปี 2568 ขยายตัวร้อยละ 3.3 เมื่อเทียบกับปี 2567 โดยมีปัจจัยสนับสนุนสำคัญจากปริมาณฝนที่เพิ่มขึ้นและสภาพอากาศที่เอื้ออำนวยต่อการเพาะปลูก ส่งผลให้เกษตรกรสามารถขยายพื้นที่เพาะปลูกและเพิ่มรอบการผลิตได้มากขึ้น อย่างไรก็ตาม ภาคการเกษตรยังคงเผชิญแรงกดดันจากหลายปัจจัย ทั้งความเสี่ยงด้านภัยธรรมชาติ มาตรการกีดกันทางการค้าในบางประเทศคู่ค้า รวมถึงค่าเงินบาทที่แข็งค่า ซึ่งส่งผลต่อความสามารถในการแข่งขันและความต้องการสินค้าเกษตรไทยในตลาดโลก

สำหรับทิศทางปี 2569 คาดว่าเศรษฐกิจการเกษตรของไทยยังมีแนวโน้มขยายตัวในกรอบร้อยละ 2 – 3 โดยมีแรงสนับสนุนจากปริมาณน้ำสะสมที่อยู่ในระดับดีจากปี 2568 มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของภาครัฐ ตลอดจนความต้องการบริโภคภายในประเทศที่มีสัญญาณปรับตัวดีขึ้น ขณะเดียวกัน ตลาดเกษตรในภูมิภาคอาเซียนยังคงมีศักยภาพการเติบโตที่น่าสนใจ แม้ภาพรวมจะมีสัญญาณเชิงบวก แต่ภาคการเกษตรยังจำเป็นต้องติดตามและบริหารความเสี่ยงอย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะความผันผวนของสภาพภูมิอากาศ และสถานการณ์ความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญที่อาจกระทบต่อห่วงโซ่อุปทานสินค้าเกษตรทั้งในระดับโลกและระดับประเทศ

“ปัจจุบันภาคการเกษตรยังคงมีบทบาทสำคัญต่อโครงสร้างเศรษฐกิจของประเทศ โดยสำหรับปี 2569 แนวโน้ม GDP ภาคเกษตรในส่วนของพืชจะเติบโตประมาณร้อยละ 2 - 3 โดยคาดการณ์พืชเศรษฐกิจหลักที่ปรับตัวเพิ่มขึ้น ได้แก่ ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ ปาล์มน้ำมัน อ้อยโรงงาน และยางพารา ตามลำดับ ทั้งนี้ เพื่อขานรับแนวนโยบายของร่างแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติฉบับที่ 14 พ.ศ. 2571 – 2575 สยามคูโบต้าเล็งเห็นถึงความสำคัญของการขับเคลื่อนธุรกิจเพื่อให้สอดคล้องกับแผนพัฒนาดังกล่าว โดยเฉพาะในมิติด้านเศรษฐกิจ อาทิ อาหารแห่งอนาคต การแพทย์และสุขภาพ และอุตสาหกรรมแห่งอนาคต และด้านทรัพยากรและสิ่งแวดล้อม โดยผลักดันให้มีการบริหารจัดการน้ำ และสร้างการลงทุนสู่สังคมคาร์บอนต่ำที่จะสามารถขับเคลื่อนภาคการเกษตรอย่างยั่งยืน”

นางวราภรณ์ กล่าวต่อว่า สยามคูโบต้าจึงเร่งขับเคลื่อนแผนระยะกลางของบริษัทฯ เพื่อยกระดับความสามารถในการผลิตและเพิ่มรายได้เกษตรกรผ่าน 2 มิติหลัก คือ 1. ยกระดับด้วย Smart Farming ผ่านแพลตฟอร์มอัจฉริยะ ทั้งระบบ KIS (KUBOTA Intelligence Solutions) บริหารจัดการเครื่องจักร แอปฯ K-iAgri (เค-ไออะกริ) และการควบคุมโดรนครบวงจร ที่ช่วยวางแผนการเพาะปลูกและควบคุมต้นทุนอย่างแม่นยำเพื่อสร้างรายได้ที่ยั่งยืน และ 2. ขับเคลื่อนเกษตรมูลค่าสูง ส่งเสริมการปลูกพืชผสมผสานและพืชมูลค่าสูง พร้อมจัดการวัสดุเหลือใช้ทางการเกษตรเพื่อสร้างผลิตภัณฑ์เพิ่มรายได้ และเชื่อมโยงการขายสู่ผู้บริโภคโดยตรง ทั้งนี้ เพื่อผลักดันเป้าหมายดังกล่าวจึงเป็นที่มาของการเข้าร่วมงาน “มหกรรมพืชสวนโลก 2569” ณ จังหวัดอุดรธานี ซึ่งมีกำหนดจัดงานระหว่างวันที่ 1 พฤศจิกายน 2569 – 14 มีนาคม 2570 เพื่อแสดงศักยภาพผู้นำนวัตกรรมเกษตรระดับนานาชาติ ผ่าน “คูโบต้าพาวิลเลียน” บนพื้นที่กว่า 1,000 ตารางเมตร ซึ่งจะเผยโฉมเทคโนโลยีเครื่องจักรกลล่าสุดจากญี่ปุ่น พร้อมสาธิตโซลูชันเกษตรอัจฉริยะและโมเดลการจัดการพืชมูลค่าสูง (High Value Crops) ที่ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพและสร้างรายได้ที่มั่นคง ตอกย้ำภาพลักษณ์แบรนด์นวัตกรรมที่พร้อมขับเคลื่อนเกษตรกรไทยสู่ความยั่งยืนอย่างแท้จริง

“ตลอดระยะเวลากว่า 48 ปีที่อยู่เคียงข้างเกษตรกรไทย สยามคูโบต้าตระหนักถึงการปูเส้นทางของเกษตรกรยุคใหม่จึงเป็นที่มาของแนวคิด “KUBOTA Next Gen Farmer” เพื่อสร้างระบบนิเวศการเรียนรู้ที่แข็งแกร่งและเสริมสร้างทัศนคติเชิงบวกต่ออาชีพเกษตรกรรม โดยมุ่งพัฒนาทักษะเกษตรอัจฉริยะให้ครอบคลุมทุกช่วงวัย ตั้งแต่ระดับมัธยมศึกษาจนถึงเกษตรกรรุ่นใหม่และผู้ที่สนใจในภาคการเกษตร เพื่อบ่มเพาะต้นกล้าเหล่านี้ให้เติบโตเป็นบุคลากรคุณภาพที่พร้อมขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศได้ต่อไป โดยดำเนินการปั้นเกษตรกรรุ่นใหม่ผ่านโครงการ Next Gen Farmer พร้อมกันนี้ยังให้ความสำคัญทั้งด้านการลดก๊าซเรือนกระจกในระดับองค์กร ระดับห่วงโซ่อุปทาน และในระดับสังคม เพื่อขับเคลื่อนเป้าหมาย Net Zero ในภาคการเกษตรผ่านโครงการนวัตกรรมเกษตรคาร์บอนต่ำ อาทิ พิจิตรแซนด์บ็อกซ์ ทั้งนี้ท่ามกลางความท้าทายด้านความมั่นคงทางอาหาร การสร้างระบบนิเวศที่พร้อมรองรับอนาคตเป็นเรื่องที่สำคัญ ควบคู่กับการดึงดูดและพัฒนาคนรุ่นใหม่ที่มีศักยภาพ เพื่อร่วมขับเคลื่อนภาคเกษตรไทยให้ตอบโจทย์ Food Security อย่างสมดุลทั้งเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม

“นอกเหนือจากการวางกลยุทธ์ขับเคลื่อนธุรกิจเพื่อการเติบโตในทุกมิติของระบบนิเวศเรื่องการเกษตร สยามคูโบต้ายังให้ความสำคัญกับ “คน” ในฐานะหัวใจขององค์กร ผ่านการพัฒนาทรัพยากรบุคคลด้วยแนวคิด Build–Buy–Borrow ทั้งการมุ่งเน้นสร้างบุคลากรให้มีคุณภาพผ่านระบบบริหารจัดการที่ทันสมัย สรรหาผู้ที่มีความเชี่ยวชาญเพื่อต่อยอดทักษะความรู้ ตลอดจนสร้างความร่วมมือเชิงกลยุทธ์กับองค์กรภายนอก ทั้งภาครัฐและสถาบันการศึกษา ในการร่วมศึกษาวิจัยและพัฒนาองค์ความรู้ รวมถึงเทคโนโลยีทางการเกษตร ขณะที่ยังมุ่งมั่นยกระดับคุณภาพชีวิตของพนักงานทุกเจนเนอเรชันอย่างรอบด้าน พร้อมดูแลสุขภาวะทั้งด้านร่างกาย จิตใจ และความมั่นคงทางการเงิน” นางวราภรณ์ กล่าวสรุป



นายปุณนะ วงศ์ธนาศิริกุล ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ ผู้จัดการทั่วไปสายงานขาย การตลาดและบริการ บริษัทสยามคูโบต้าคอร์ปอเรชั่น จำกัด ระบุว่า แม้จะเผชิญกับความไม่แน่นอนของสถานการณ์โลก สยามคูโบต้ายังคงยืนหยัดเคียงข้างเกษตรกรไทยอย่างต่อเนื่อง ด้วยกลยุทธ์ MIND มุ่งยกระดับโซลูชันเพื่อลดต้นทุน และเพิ่มผลผลิตในภาคเกษตร ผ่านความเข้าใจในความต้องการจริง และการดูแลด้วยหัวใจ พร้อมก้าวเคียงข้างเกษตรกรไทยในทุกสถานการณ์

Next Level of Market Insight & Agility (M - เจาะลึกด้วยการตลาด) มุ่งมั่นผลิตเครื่องจักรกลการเกษตรที่มีประสิทธิภาพ เทคโนโลยีที่ช่วยลดต้นทุนและเพิ่มผลผลิต ไปจนถึงระบบบริการหลังการขาย อะไหล่ และเครือข่ายผู้แทนจำหน่ายทั่วประเทศ เพื่อให้เกษตรกรมั่นใจได้ว่า ไม่ว่าจะเผชิญสถานการณ์ใด ก็ยังมีพันธมิตรที่พร้อมดูแลในทุกช่วงของการทำเกษตร ด้วยแนวคิด Purchase Once, Lifetime Confidence ซื้อหนึ่งครั้งสร้างความมั่นใจตลอดชีวิต พร้อมกันนี้ยังได้รับการการันตีด้วยรางวัลด้านงานบริการระดับนานาชาติ Stevie Awards 2026 ระดับ Gold ซึ่งเป็นรางวัลที่มอบให้กับองค์กรธุรกิจระดับชั้นนำจากนานาชาติ จัดขึ้น ณ ประเทศสหรัฐอเมริกา

Next Level of Innovation-Driven Solutions (I - สนับสนุนนวัตกรรมโซลูชัน) มุ่งมั่นพัฒนานวัตกรรมสินค้าต่อเนื่อง โดยนำเทคโนโลยีล้ำสมัยจาก คูโบต้า คอร์ปอเรชั่น มาประยุกต์ใช้ เพื่อยกระดับประสิทธิภาพการทำเกษตรและตอบโจทย์ความต้องการของเกษตรกร รวมถึงส่งมอบโซลูชันที่ช่วยเพิ่มผลผลิต ลดต้นทุน และลดความกังวลจากผลกระทบของสภาวะโลกรวน โดยเตรียมเปิดตัวสินค้าใหม่ในปี 2569 ได้แก่ รถตัดอ้อย รุ่น SH-K1 ขนาด 173 แรงม้า ซึ่งช่วยลดปัญหาหมอกควันจากการเผาอ้อยสาเหตุของฝุ่น PM 2.5 แทรกเตอร์พร้อมตู้แอร์ ตอบโจทย์การใช้งานสำหรับในสภาพอากาศร้อนและลดการเผชิญกับภาวะฝุ่นควันโดยตรง และ โดรนการเกษตร

Next Level of eNhance the Living Quality (N - ยกระดับคุณภาพชีวิต) ตอกย้ำเป้าหมายการมุ่งสู่แบรนด์อันดับหนึ่งในใจของเกษตรกร สยามคูโบต้ายังดำเนินโครงการที่มุ่งสร้างความผูกพัน และยกระดับคุณภาพชีวิตเกษตรไทยอย่างยั่งยืน ได้แก่

               1. Agri-Solutions Project การส่งเสริมการปลูกมันสำปะหลังแบบร่องกว้าง เพื่อลดต้นทุนการใช้แรงงาน ปุ๋ยและยา ด้วยการใช้แทรกเตอร์ขนาดเล็กทำงานบำรุงรักษาระหว่างร่อง ผ่านแปลงเกษตรกรในพื้นที่นำร่อง

 2. ส่งเสริมการปลูกพืชหลังนา เพื่อเพิ่มรายได้ควบคู่กับการปลูกข้าว และเพิ่มการใช้ประโยชน์พื้นที่หลังการเก็บเกี่ยว โดยส่งเสริมทั้งการปลูกถั่วเหลือง ซึ่งเป็นพืชใช้น้ำน้อยรวมถึงช่วยเพิ่มแร่ธาตุให้ดิน และ การปลูกดอกไม้โดยใช้เครื่องจักรกลการเกษตร เช่น ดอกดาวเรือง ซึ่งมีระยะเวลาในการเก็บผลผลิตสั้นและเก็บได้หลายรอบ

 3. Authorized Dealer Sustainable Development โครงการอบรมเจ้าหน้าที่ของผู้แทนจำหน่ายให้มีความรู้ความเข้าใจโซลูชันการทำการเกษตร เพื่อให้สามารถให้ข้อแนะนำควบคู่กับการใช้เครื่องจักรกลของคูโบต้า

4. กิจกรรมสัมมนาและเวิร์กช็อป โดรนคูโบต้า คุ้มค่า คุ้มทุน ควบคุมได้

แสดงความคิดเห็น (0)
ใหม่กว่า เก่ากว่า
สาระดีดีนิวส์ไทม์
สาระดีดีนิวส์ไทม์
สาระดีดีนิวส์ไทม์