ข้าวหอมจันทร์ อาจไม่ใช่ชื่อที่คุ้นหูในวงกว้างเท่าข้าวหอมมะลิ แต่สำหรับคนในพื้นที่ จ.ฉะเชิงเทรา นี่คือข้าวที่ “หอม นุ่ม และมีเอกลักษณ์” ไม่แพ้ใคร และที่สำคัญมีคุณภาพใกล้เคียงกับข้าวขาวดอกมะลิ 105 สามารถให้ผลผลิตเฉลี่ย 400–500 กิโลกรัมต่อไร่ อีกทั้งยังเป็นข้าวที่ผูกพันกับวิถีชีวิตของชุมชนในอำเภอพนมสารคาม สนามชัยเขต และท่าตะเกียบ มาอย่างยาวนาน
โดยเมื่อวันก่อน นายอิทธิ ศิริลัทธยากร อดีตรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้มาร่วมเป็นประธานเปิดงาน “วันข้าวหอมจันทร์” พร้อมด้วย นายนพดล ประยูรสุข ผู้อำนวยการศูนย์วิจัยข้าวพระนครศรีอยุธยา รักษาการผู้อำนวยการศูนย์วิจัยข้าวฉะเชิงเทราและภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง
ซึ่งไฮไลต์ภายในงาน ได้มีเวทีแลกเปลี่ยนเรียนรู้ ในหัวข้อ “เส้นทางข้าวหอมจันทร์ฉะเชิงเทรา สู่สิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ (GI)” ที่ไม่ใช่แค่การติดตราสัญลักษณ์ แต่คือการสร้างตัวตน คุ้มครองภูมิปัญญาท้องถิ่น และเพิ่มมูลค่าให้ข้าวเมล็ดเล็ก ๆ ให้กลายเป็นสินค้าพรีเมียม โดยแนวทางสำคัญ คือการพัฒนา “คุณภาพ + มาตรฐาน + นวัตกรรม” ควบคู่กับการผลักดัน GI เพื่อให้ข้าวหอมจันทร์ไม่เพียงอยู่รอด แต่ต้อง "โดดเด่น” ในตลาด และนี่ถือเป็นนิมิตรหมายอันดีในการร่วมกันส่งสัญญาณสำคัญว่า ข้าวพื้นเมืองอย่าง “ข้าวหอมจันทร์ฉะเชิงเทรา” กำลังจะถูกผลักดันให้ก้าวไกลสู่ตลาดมูลค่าสูง
ในส่วนของกรมการข้าวเอง ได้เข้ามามีบทบาทสำคัญในการผลักดัน “ข้าวหอมจันทร์ฉะเชิงเทรา” อย่างครบวงจร โดยศูนย์วิจัยข้าวฉะเชิงเทราได้เข้ามามีส่วนร่วมผลักดันข้าวหอมจันทร์ ตั้งแต่ต้นน้ำไปจนถึงปลายน้ำ โดยเริ่มตั้งแต่งานวิจัยและพัฒนาพันธุ์ การถ่ายทอดเทคโนโลยีการผลิตให้ได้มาตรฐาน สนับสนุนข้อมูลวิชาการเพื่อขึ้นทะเบียนสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ (GI) ตลอดจนการยกระดับมูลค่าและเชื่อมโยงตลาด ส่งผลให้ข้าวพื้นเมืองชนิดนี้ก้าวสู่การเป็นสินค้าพรีเมียม สร้างรายได้และความยั่งยืนให้กับเกษตรกรในพื้นที่
ความโดดเด่นของข้าว GI อยู่ที่คุณภาพ ที่สามารถสะท้อนอัตลักษณ์เฉพาะถิ่น วิธีการปลูก ภูมิปัญญาท้องถิ่น และองค์ความรู้ดั้งเดิมของเกษตรกรไทย สิ่งเหล่านี้ไม่เพียงช่วยผลักดันให้ข้าวไทยก้าวสู่ตลาดสินค้าพรีเมียมระดับโลก แต่ยังเสริมสร้างความเชื่อมั่นให้กับผู้บริโภคว่าข้าวไทยมีคุณภาพดีและมีแหล่งที่มาชัดเจน รวมถึงเสริมสร้างคุณภาพชีวิตของผู้ประกอบการและเกษตรกรในท้องถิ่นผ่านการเพิ่มรายได้จากผลผลิตอย่างยั่งยืน
“หากเราใส่ใจในเรื่องคุณภาพ มาตรฐาน และนำนวัตกรรมมาใช้ ควบคู่กับ GI ข้าวหอมจันทร์จะไปได้ไกลกว่าเดิม ข้าวไทยไม่ได้มีดีแค่ปริมาณ แต่มีคุณภาพระดับพรีเมียม” คำกล่าวทิ้งท้ายของนายอิทธิ สะท้อนภาพอนาคตของข้าวไทยได้อย่างชัดเจน และบางทีการเดินทางของ “ข้าวหอมจันทร์ฉะเชิงเทรา” ในวันนี้ อาจเป็นอีกก้าวสำคัญ ที่ทำให้โลกได้รู้ว่า “ข้าวไทย” ยังมีเรื่องราวดี ๆ ให้ค้นหาอีกมากมาย
ขอบคุณข้อมูล เพจกรมการข้าว




