รองนายกฯ กล่าวว่า การประชุมครั้งนี้เป็นการติดตามความคืบหน้า โดยมอบให้ก.พลังงานจัดทำระบบ Dashboard เพื่อติดตามปริมาณน้ำมันในทุกขั้นตอนของห่วงโซ่อุปทาน พร้อมขอความร่วมมือผู้ประกอบการภาคเอกชนรายงานข้อมูลจริงในแต่ละช่วง ตั้งแต่กำลังการผลิตของโรงกลั่น ปริมาณสำรอง การกระจายสู่ผู้ค้าน้ำมัน และสถานีบริการ เพื่อประเมินสถานการณ์อย่างรอบด้าน
โอกาสนี้ ก.พลังงานรายงานภาพรวมโครงสร้างการจัดหาน้ำมันดิบของประเทศ โดยนำเข้าจากตะวันออกกลาง 53% ตะวันออกไกล 11% แหล่งอื่น ๆ 27% และภายในประเทศ 9% กำลังการผลิตจากโรงกลั่น ดีเซลประมาณ 65 ล้านลิตรต่อวัน และเบนซิน 35 ล้านลิตรต่อวัน รวมถึงรายงานเส้นทางการส่งออกและกระจายสู่ผู้ค้าน้ำมันและภาคอุตสาหกรรม ขณะนี้ มีแอปพลิเคชัน Fuel-Now ให้ประชาชนสามารถตรวจสอบสถานะสถานีบริการน้ำมันทั่วประเทศแบบเรียลไทม์
สำหรับมาตรการรองรับช่วงเทศกาลสงกรานต์ ผู้ประกอบการได้เตรียมเพิ่มปริมาณน้ำมันเข้าสู่ระบบอย่างต่อเนื่อง โดยเพิ่มปริมาณสต็อกตามสถานีบริการ พร้อมเพิ่มเที่ยววิ่งขนส่ง จัดเตรียมรถ Mobile Tank และขยายเวลาการทำงานของคลังน้ำมัน เพื่อรองรับความต้องการของประชาชนได้อย่างเพียงพอและต่อเนื่องตลอดช่วงเทศกาล
รองนายกฯ ย้ำว่า การดำเนินการทั้งหมดมีเป้าหมายเพื่อให้ประชาชนมั่นใจว่าน้ำมันเชื้อเพลิงมีเพียงพอและกระจายอย่างทั่วถึง โดยคาดว่าสถานการณ์จะทยอยคลี่คลายและเข้าสู่ภาวะปกติภายในระยะเวลาอันใกล้ในระยะต่อไป ภาครัฐจะพิจารณาเพิ่มเติมมาตรการทั้งด้านการผลิต ภาษี และโครงสร้างราคาน้ำมัน ยืนยันว่า นายกฯ และรัฐบาลให้ความสำคัญสูงสุดต่อการลดผลกระทบต่อประชาชน ขอบคุณทุกภาคส่วนที่ให้ความร่วมมือในการรักษาเสถียรภาพด้านพลังงานของประเทศ พร้อมขอให้ทุกฝ่ายร่วมมือกันอย่างต่อเนื่องต่อไป
