“อธิบดีนิรันดร์” งัด 7 มาตรการช่วยเหลือสหกรณ์
กลุ่มเกษตรกรและเกษตรกรสมาชิกที่ได้รับผลกระทบจากการสู้รบในตะวันออกกลาง
ทั้งเร่งด่วน ปานกลางและระยะยาว พร้อมปรับเปลี่ยนเครื่องจักรกล
อุปกรณ์การเกษตรจากน้ำมันดีเซล มาใช้พลังงานสะอาดทดแทนควบคู่ลดต้นทุนการผลิต
นายนิรันดร์ มูลธิดา
อธิบดีกรมส่งเสริมสหกรณ์ กล่าวถึงมาตรการช่วยเหลือสหกรณ์
กลุ่มเกษตรกรและสมาชิกที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์สู้รบในภูมิภาคตะวันออกกลาง
ภายหลังการชี้แจงผ่าน Zoom Meeting กับสหกรณ์จังหวัดทั่วประเทศ ว่า
ผลจากการประชุมหารือของผู้บริหารหน่วยงานในสังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์
ที่มีนายวิณะโรจน์ ทรัพย์ส่งสุข ปลัดกระทรวงเกษตรฯ เป็นประธาน เมื่อวันที่ 27 มีนาคม 2569 ที่ผ่านมา เพื่อติดตามสถานการณ์
วิเคราะห์ผลกระทบและกำหนดแนวทางรับมือเพื่อดูแลภาคการเกษตรของประเทศไทย
ในส่วนกรมส่งเสริมสหกรณ์นั้นได้กำหนดมาตรการเร่งด่วนไว้ 6 มาตรการและมาตรการระยะปานกลางและระยะยาว 1 มาตรการ
โดยมาตรการเร่งด่วนมาตรการแรก
คือการสนับสนุนสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำจากกองทุนพัฒนาสหกรณ์ (กพส.)
เพื่อให้สหกรณ์กู้ยืมสำหรับใช้ในการดำเนินธุรกิจที่ให้บริการเกษตรกรสมาชิก เช่น
ธุรกิจรวบรวมผลผลิต ธุรกิจการให้บริการเครื่องจักรกลทางการเกษตรแก่สมาชิก เช่น รถไถ
โดรน และให้สมาชิกกู้ยืมเพื่อการประกอบอาชีพ
“วงเงินสินเชื่อยังไม่แน่ชัดจะได้รับผลกระทบเท่าไหร่
ต้องไปสำรวจก่อน สหกรณ์บางแห่งมีปั๊มน้ำมันของตัวเอง บางแห่งก็ไม่มี
หรือเรื่องของปุ๋ยบางแห่งมีปุ๋ยในสต็อก บางแห่งก็ไม่มี ต้องไปสำรวจก่อนว่าสหกรณ์แต่ละแห่งได้รับผลกระทบในด้านธุรกิจอย่างไรบ้าง”
นายนิรันดร์เผย
อธิบดีกรมส่งเสริมสหกรณ์ กล่าวต่อว่า
มาตรการต่อมา คือการผ่อนผันและขยายเวลาชำระหนี้ให้กับสหกรณ์ที่กู้เงิน กพส.ออกไป
ส่วนจะยืดออกไปเท่าไหร่นั้น
ขึ้นอยู่กับสถานการณ์สู้รบในตะวันนออกกลางจะยืดเยื้อยาวนานเพียงใด ส่วนมาตรการที่ 3 เร่งส่งเสริมสนับสนุนการใช้ปุ๋ยผสมเอง โดยเฉพาะการใช้ปุ๋ยอินทรีย์และปุ๋ยชีวภาพจากน้ำนมดิบ
เพื่อลดการใช้ปุ๋ยเคมีช่วยลดต้นทุนและเพิ่มประสิทธิภาพการเจริญเติบโตของพืช
“กลุ่มเป้าหมายคือสหกรณ์โคนมที่จำหน่ายน้ำหมักชีวภาพจากนม
และสหกรณ์การเกษตรที่ขึ้นทะเบียนเป็นผู้จัดจำหน่ายปุ๋ยแก่สมาชิก
เพื่อลดการใช้ปุ๋ยเคมีที่ราคาสูงและขาดแคลนเป็นการช่วยลดต้นทุนการผลิต”อธิบดีกรมส่งเสริมสหกรณ์ระบุ
นายนิรันดร์ กล่าวอีกว่า
สำหรับมาตรการที่ 4 ขอความร่วมมือสหกรณ์ กลุ่มเกษตรกรที่มีเครื่องจักรกลและอุปกรณ์ทางการเกษตร
เช่น รถไถ รถเกี่ยวข้าว รถบรรทุก โดรนการเกษตร เครื่องผสมปุ๋ย
รวมทั้งสิ่งก่อสร้างต่าง ๆ เช่น ลานตาก ฉางข้าว โรงสี ฯลฯ
เพื่อให้บริการทางการเกษตรแก่สมาชิก
โดยคิดราคาค่าบริการขั้นต่ำกว่าราคาทั่วไป เพื่อช่วยเหลือลดต้นทุนการผลิตให้กับสมาชิก
ส่วนมาตรการที่ 5 การบริหารธุรกิจน้ำมันเชื้อเพลิงของสหกรณ์
ได้ขอความร่วมมือสหกรณ์ที่มีสถานีบริการน้ำมัน วางแผนและจัดหาน้ำมันเชื้อเพลิง
เพื่อให้บริการสมาชิกให้เพียงพอกับความต้องการ
โดยขอให้ดูแลและให้บริการแก่สมาชิกก่อนลูกค้าทั่วไปและมาตรการเร่งด่วนสุดท้าย
เน้นการกระจายสินค้าและผลิตผลทางการเกษตรผ่านศูนย์กระจายสินค้าสหกรณ์ (CDC
PLUS) ทั่วประเทศ
เพื่อเร่งกระจายสินค้าออกจากแหล่งผลิตสู่ผู้บริโภคโดยเร็วที่สุด เป็นการขายสินค้าผ่านเครือข่ายสหกรณ์
เพื่อลดการกระจุกตัวของผลผลิตในพื้นที่และรักษาเสถียรภาพด้านราคา
อธิบดีกรมส่งเสริมสหกรณ์ย้ำด้วยว่า
สำหรับมาตรการระยะปานกลางและระยะยาวนั้น
จะสนับสนุนการใช้พลังงานทดแทนน้ำมันเชื้อเพลิงและไฟฟ้า
โดยสนับสนุนสินเชื่อดอดเบี้ยต่ำจาก กพส. เพื่อติดตั้งโซล่าเซลล์สำหรับใช้กับอุปกรณ์และเครื่องมือทางการเกษตรของสหกรณ์และสมาชิก
เช่น ระบบสูบน้ำพลังงานแสงอาทิตย์ เป็นต้น
เพื่อช่วยประหยัดและลดต้นทุนการใช้พลังงานจากน้ำมันเชื้อเพลิง
“มาตรการต่าง ๆ
เหล่านี้เราเริ่มดำเนินการเลยครับ แต่มีบางมาตรการที่เป็นระยะปานกลางและระยะยาว
เช่น การปรับเปลี่ยนเครื่องจักร เครื่องกล โรงงาน อุปกรณ์ต่าง ๆ
ที่ใช้น้ำมันดีเซลเป็นรุ่นเก่า ค่าใช้จ่ายสูง เราก็จะสนับสนุนให้สหกรณ์ปรับเปลี่ยนมาเป็นพลังงานสะอาด
พลังงานแสงอาทิตย์ โซลาร์รูฟ
โซลาร์เซลล์มากขึ้นและต้องดูในเรื่องการลดต้นทุนควบคู่กันไปด้วย”
อธิบดีกรมส่งเสริมสหกรณ์ ย้ำทิ้งท้าย







