สาระดีดีนิวส์ไทม์

สธ.แจงมาตรการเชิงรุกสู้ฝุ่น PM 2.5 เผยตั้ง "ห้องปลอดฝุ่น" 10 จว.เสี่ยง 2,275 ห้อง ดูแล ปชช. 2.18 แสนคน

 

รองปลัดกระทรวงสาธารณสุขและโฆษกกระทรวงสาธารณสุข แจงมาตรการเชิงรุกสู้ฝุ่น PM 2.5 ตั้งศูนย์ปฏิบัติการฉุกเฉินติดตามสถานการณ์ 24 ชั่วโมง พร้อมรุกทำ "ห้องปลอดฝุ่น" เผย 10 จังหวัดเสี่ยง มี 2,275 ห้อง ช่วยบรรเทาความเดือดร้อนประชาชนกว่า 2.18 แสนคน เปิดคลินิกมลพิษออนไลน์ 128 แห่ง นัดหมายผ่านหมอพร้อม ช่วยผู้ป่วยเข้าถึงบริการ 3,675 ราย ทั้งสำรวจ-ส่งทีมคัดกรองสุขภาพกลุ่มเปราะบางกว่า 1.62 ล้านคน สนับสนุนหน้ากากป้องกันฝุ่น และสื่อสารความรู้สุขภาพช่วยประชาชนรับมือฝุ่นอย่างถูกต้อง

 

นพ.เอกชัย เพียรศรีวัชรา รองปลัดกระทรวงสาธารณสุขและโฆษกกระทรวงสาธารณสุข กล่าวถึงการดูแลสุขภาพประชาชนในสถานการณ์ฝุ่น PM 2.5 ที่ยังคงสูงอย่างต่อเนื่อง ว่า นายพัฒนา พร้อมพัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข และ นพ.สมฤกษ์ จึงสมาน ปลัดกระทรวงสาธารณสุข ได้มอบนโยบายและติดตามการทำงานด้านสาธารณสุขทุกพื้นที่อย่างต่อเนื่อง เพื่อดูแลสุขภาพประชาชนจากฝุ่น PM 2.5 โดยให้ตั้งศูนย์ปฏิบัติการฉุกเฉินด้านการแพทย์และสาธารณสุข (PHEOC) กรณีฝุ่น PM 2.5 เพื่อติดตามสถานการณ์คุณภาพอากาศ และใช้เป็นข้อมูลในการแจ้งเตือนและดูแลสุขภาพประชาชนได้ทันทีในพื้นที่ที่มีค่าฝุ่นสูงและพื้นที่ที่มีแนวโน้มค่าฝุ่นจะสูงขึ้นจนถึงระดับเริ่มส่งผลกระทบต่อสุขภาพ โดยเฉพาะภาคเหนือที่มีค่าฝุ่นเกินมาตรฐานอย่างต่อเนื่อง รวมถึงมีการเฝ้าระวัง 4 กลุ่มโรคสำคัญ เพื่อติดตามผลกระทบในระยะยาว ซึ่งข้อมูลวันที่ 19 เมษายน 2569 พบว่า 10 จังหวัดที่มีค่าฝุ่น PM 2.5 สะสมสูงสุด ได้แก่ น่าน 210.9 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร (มคก./ลบ..) เชียงราย 152.9 มคก./ลบ.. พิษณุโลก 129.9 มคก./ลบ.. พะเยา 129.2 มคก./ลบ.. สุโขทัย 113.0 มคก./ลบ.. ลำพูน 109.0 มคก./ลบ.. แม่ฮ่องสอน 108.0 มคก./ลบ.. แพร่ 99.9 มคก./ลบ.. เชียงใหม่ 99.1 มคก./ลบ.. และลำปาง 98.4 มคก./ลบ..

 

นพ.เอกชัยกล่าวต่อว่า มาตรการสำคัญที่กระทรวงสาธารณสุขดำเนินการมาอย่างต่อเนื่องหลายปี เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชนได้ทันที คือ การจัดตั้งห้องปลอดฝุ่น (Clean Room) ซึ่งปัจจุบันใน 10 จังหวัดเสี่ยงสูงดังกล่าวมีห้องปลอดฝุ่นที่ผ่านเกณฑ์และพร้อมให้บริการ รวม 2,275 ห้อง กระจายครอบคลุมทุกระดับเพื่อไม่ให้เป็นภาระในการเดินทางของประชาชน ได้แก่ โรงพยาบาลศูนย์ 84 ห้อง โรงพยาบาลทั่วไป 274 ห้อง โรงพยาบาลชุมชน 559 ห้อง และโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล (รพ.สต.) 1,358 ห้อง มีผู้เข้าใช้บริการสะสม 218,415 คน สูงสุด คือ เชียงราย 156,068 คน ลำปาง 20,894 คน และพะเยา 20,005 คน สิ่งนี้สะท้อนว่าระบบที่เราวางไว้ทำงานได้จริง และเป็นที่พึ่งให้กับประชาชนในช่วงวิกฤตอากาศได้ นอกจากนี้ ในเรื่องของการรักษาพยาบาล กระทรวงสาธารณสุขได้เปิดให้บริการคลินิกมลพิษออนไลน์ และมีการนำระบบนัดหมายผ่านแอปพลิเคชัน "หมอพร้อม" มาใช้เพื่อความสะดวกในการเข้ารับบริการ ซึ่งทั้ง 10 จังหวัดเสี่ยงสูงมีคลินิกมลพิษออนไลน์ให้บริการ 128 แห่ง ผู้ป่วยรับบริการสะสม 3,675 ราย อย่าง .เชียงรายมีคลินิกมลพิษ 37 แห่ง มีผู้ป่วย 489 ราย ขณะที่ .เชียงราย มีคลินิกมลพิษออนไลน์ 7 แห่ง มีผู้ป่วยเข้ารับบริการมากที่สุด 985 ราย ส่วน .ลำปางมีการนัดหมายผ่านหมอพร้อมสูงสุดถึง 190 นัด

 

 "กระทรวงสาธารณสุขยังมีการทำงานเชิงรุกอื่นๆ ทั้งเรื่องของการส่งเสริม "มุ้งสู้ฝุ่น" สำหรับผู้ป่วยติดเตียง การสำรวจกลุ่มเสี่ยง ได้แก่ ผู้สูงอายุ เด็ก หญิงตั้งครรภ์ และผู้ป่วยโรคเรื้อรัง โดยเฉพาะเขตสุขภาพที่ 1 ที่อยู่ในภาคเหนือที่มีค่าฝุ่นสูง ได้มีการสำรวจกลุ่มเสี่ยงซึ่งมีจำนวน 1.62 ล้านคน พร้อมจัดทีมลงชุมชนคัดกรองสุขภาพ สนับสนุนอุปกรณ์ป้องกันส่วนบุคคล ทั้งหน้ากากอนามัย และหน้ากาก N95 ให้กลุ่มเปราะบาง โดยจะมีการสื่อสารเชิงรุกให้ประชาชนรับรู้สถานการณ์ ความเสี่ยง และแนวทางป้องกันตนเองอย่างต่อเนื่อง รวมถึงเพิ่มการเข้าถึงบริการป้องกัน โดยเฉพาะการใช้ห้องปลอดฝุ่น และยกระดับบริการทางการแพทย์ ทั้งในรูปแบบปกติและ Telemedicine เพื่อให้ประชาชนได้รับการดูแลอย่างรวดเร็วและปลอดภัย" นพ.เอกชัยกล่าว

 


แสดงความคิดเห็น (0)
ใหม่กว่า เก่ากว่า
สาระดีดีนิวส์ไทม์
สาระดีดีนิวส์ไทม์
สาระดีดีนิวส์ไทม์