ภายในงานได้รับเกียรติจาก นางธัญธิตา บุญญมณีกุล รองอธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร เป็นประธานเปิดงานและร่วมลงแปลงเก็บเกี่ยวผลผลิต ณ ศูนย์ปฏิบัติการระบบท่อเขต 6 ปตท. อ.ไทรน้อย จ.นนทบุรี โดยมีหน่วยงานภาครัฐ เอกชน และเกษตรกรเข้าร่วมกว่า 200 คน
นายอิสระ วงศ์อินทร์ Head of Marketing บริษัท อีสท์ เวสท์ ซีด จำกัด เปิดเผยว่า ปัญหา PM 2.5 ที่เกิดจากการเผาเศษวัสดุทางการเกษตรถือเป็นวาระแห่งชาติ ทางบริษัทฯ จึงได้ร่วมกับภาคีเครือข่ายริเริ่ม "โครงการโรงเรียนเกษตรกรบริหารจัดการพื้นที่ปลูกพืชหลังนาเพื่อลดการเผาตอซังและฟางข้าว" ตลอดระยะเวลา 3 เดือนที่ผ่านมา โครงการนี้คือภาพสะท้อนของการบูรณาการความร่วมมืออย่างแท้จริงจาก 4 เสาหลัก ได้แก่
- ภาครัฐ (สำนักงานเกษตรจังหวัดนนทบุรี/อำเภอไทรน้อย): ขับเคลื่อนนโยบาย ถ่ายทอดวิชาการเรื่องดินและการจัดการศัตรูพืช
- องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อบต.ไทรน้อย): เชื่อมโยงและคัดเลือกเกษตรกรเข้าถึงโอกาสการเรียนรู้
- ภาคเอกชน (ปตท. เขต 6): สนับสนุนพื้นที่จัดอบรมและแปลงสาธิตขนาด 4 ไร่
- ภาคเอกชน (อีสท์ เวสท์ ซีด): สนับสนุนนวัตกรรมเมล็ดพันธุ์คุณภาพ พร้อมทีมงานถ่ายทอดเทคนิคการปลูกพืชใช้น้ำน้อยและการเชื่อมโยงตลาด
นายอิสระ กล่าวเน้นย้ำถึงความคุ้มค่าของการเปลี่ยนวิถีเกษตรว่า "หากเปรียบเทียบให้เห็นภาพอย่างเป็นรูปธรรม การทำนาข้าวตามปกติอาจต้องใช้เวลาเกือบ 100 วันจึงจะสามารถเก็บเกี่ยวผลผลิตได้ แต่หากเราปรับเปลี่ยนมาปลูกพืชทดแทนหรือพืชหลังนา เช่น ข้าวโพดข้าวเหนียว หรือฟักทอง จะใช้เวลาเพียง 60 กว่าวันก็สามารถเก็บเกี่ยวผลผลิตเพื่อสร้างรายได้แล้ว ที่สำคัญคือใช้น้ำน้อยกว่ามาก จึงเป็นทางเลือกที่ตอบโจทย์พี่น้องเกษตรกรในปัจจุบันที่ต้องเผชิญกับความผันผวนของราคาข้าว"
ทั้งนี้ ภายในงาน อีสท์ เวสท์ ซีด ได้ร่วมจัดแสดง ฐานเรียนรู้ Smart Crop: พืชหลังนา สร้างมูลค่าเพิ่ม เพื่อตอกย้ำว่าเมล็ดพันธุ์คือ "ต้นน้ำ" ที่สำคัญที่สุด ตามปณิธานของ มร. ไซมอนน์ แนนน์ กรูธ ผู้ก่อตั้งบริษัทฯ ที่กล่าวไว้ว่า "เมล็ดพันธุ์ที่ดี สามารถเปลี่ยนชีวิตคนนับล้าน" โดยตลอดโครงการมีเกษตรกรผ่านกระบวนการเรียนรู้จากการลงมือปฏิบัติจริง (Learning by Doing) รวม 60 ราย ซึ่งสามารถเปลี่ยน "ภาระจากการเผา" ให้กลายเป็น "รายได้ก้อนใหม่" ที่ยั่งยืนและเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมได้อย่างเป็นรูปธรรม






