“อธิบดีนิรันดร์”เร่งแก้ปัญหาสหกรณ์เครดิตยูเนียนหาดใหญ่โกงสมาชิกยอดสูงกว่า
399 ล้านบาท
เผยสาเหตุเจ้าหน้าที่สหกรณ์เปลี่ยนโค้ตในระบบไอทีสร้างบัญชีปลอมถอนเงินออกจากระบบ
พร้อมสั่งสกจ.ทั่วไทยเอ็กซเรย์สหกรณ์ที่สุ่มเสี่ยง จากกรณีที่นายจุรี นุ่มแก้ว
สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร(ส.ส.)
จ.สงขลาอภิปรายในสภาว่าได้รับการร้องเรียนจากสมาชิกสหกรณ์แห่งหนึ่งในอ.หาดใหญ่มายังตนว่ามีสมาชิกหลายรายเงินหายไปจากบัญชี
ที่เก็บหอมรอมริบมาเกือบทั้งชีวิต จึงอยากให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าไปตรวจสอบ
ล่าสุด
นายนิรันดร์ มูลธิดา
อธิบดีกรมส่งเสริมสหกรณ์เผยความคืบหน้ากรณีการทุจริตของสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนหาดใหญ่
จำกัด ที่มีมูลค่าสูงถึง 399.550
ล้านบาท
จึงมอบหมายให้สำนักสหกรณ์(สกจ.)จังหวัดสงขลาเข้าไปตรวจสอบอย่างละเอียดโดยทันที
ทั้งในทางลับและทางแจ้ง
โดยสาเหตุหลักพบว่ามาจากการแทรกแซงและเปลี่ยนโค้ตในระบบเทคโนโลยีสารสนเทศและการสร้างข้อมูลเท็จ
เริ่มจากการแก้ไขระบบคอมพิวเตอร์ โดยหัวหน้าฝ่ายไอที(IT)ได้ทำการแก้ไขหรือเปลี่ยนแปลงโค้ตในโปรแกรมระบบเงินฝาก
ระบบเงินกู้และระบบสมาชิก รวมทั้งสิ้น 88
บัญชี จากนั้นการสร้างบัญชีผีขึ้นมา โดยมีการสร้างตัวเลขเป็นเท็จในระบบ
โดยใช้ข้อมูลของสมาชิกที่ปิดบัญชีไปแล้วและสวมทะเบียนเลขเดิมเปลี่ยนแต่ชื่อและนามสกุลเพื่อสร้างยอดเงินฝากยกมาปลอมแล้วนำเงินออกจากระบบ
โดยผู้กระทำผิดได้ป้อนข้อมูลการฝากเงินเข้าสู่ระบบโดยไม่มีเงินสดหรือเงินโอนเข้าบัญชีจริง
จากนั้นจึงวานบุคคลอื่นในฐานะเจ้าของบัญชีให้มาดำเนินการถอนเงินออกจากสหกรณ์
“เท่าที่ตรวจสอบข้อมูล สหกรณ์ฯ
มีหัวหน้าไอทีเพียงคนเดียว ทำงานไม่มีชั้นความลับ
ทำให้เข้าถึงข้อมูลทุกระบบได้สะดวก
จึงเห็นช่องทางเปิดโอกาสให้มีการทุจริตเกิดขึ้นได้ง่าย
ต่อไปทุกสหกรณ์จำเป็นคนทำงานระบบไอที
แล้วต้องมีระดับชั้นการเข้าถึงข้อมูล”อธิบดีกรมส่งเสริมสหกรณ์กล่าว
นายนิรันดร์กล่าวต่อว่าจากการตรวจสอบความเสียหายครั้งนี้พบว่ามูลค่าความเสียหายรวมทั้งสิ้น
เกือบ 400 ล้านบาท มีผู้ร่วมกระทำผิดรวม 92 คน
ซึ่งจากการตรวจสอบข้อเท็จจริงจากคณะผู้ตรวจการสหกรณ์เฉพาะกิจที่ได้รับการแต่งตั้งมีทั้งตรวจสอบจากเอกสาร
ภาพกล้องวงจรปิดและบันทึกถ้อยคำเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง ตอนนี้คณะกรรมการดำเนินการมีมติไล่ออกเจ้าหน้าที่สหกรณ์ที่ร่วมกระทำความผิดรวม 10 ราย
รวมถึงหัวหน้าฝ่ายไอทีด้วย
จากนั้นได้แจ้งความร้องทุกข์กล่าวโทษต่อพนักงานสอบสวนเพื่อดำเนินคดีอาญากับผู้กระทำความผิดและเตรียมยื่นฟ้องศาลแพ่งภายในเดือนพฤษภาคม
2569
และยังประสานป.ป.ง.ตรวจสอบเส้นทางการเงินของผู้กระทำความผิดทั้งหมดด้วย
อธิบดีกรมส่งเสริมสหกรณ์กล่าวถึงแนวทางป้องกันเพื่อไม่ให้เกิดปัญหาซ้ำรอยในอนาคต
จะใช้เทคโนโลยีเข้ามาช่วยตรวจสอบ โดยส่งเสริมให้สหกรณ์ใช้แอพพลิเคชั่น (Application) เพื่อให้สมาชิกสามารถตรวจสอบข้อมูลเงินฝาก
และเงินกู้ของตัวเองได้ตลอดเวลา
และให้สหกรณ์ส่งข้อมูลเข้าสู่ระบบเตือนภัยจากส่วนกลาง หรือระบบเอ็มไอเอส (MIS) ของกรมส่งเสริมสหกรณ์เพื่อให้มีการตรวจสอบและเตือนภัยความผิดปกติจากส่วนกลางได้อย่างทันท่วงที นอกจากนี้ ยังมุ่งเน้นการควบคุมภายในและการบริหารความเสี่ยง
พร้อมเสริมความรู้ให้แก่รองนายทะเบียน ผู้ตรวจการสหกรณ์และ
ผู้ตรวจสอบกิจการให้มีทักษะด้านการตรวจสอบที่เท่าทันเทคโนโลยี
อีกทั้งยังสร้างเครือข่ายความร่วมมือกับหน่วยงานภายนอก เช่น ปปง.
และสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ในการเฝ้าระวังและแก้ไขปัญหาทุจริตในสหกรณ์ทุกประเภทด้วย
“ผมได้สั่งการไปยังสหกรณ์จังหวัดทุกจังหวัดให้ตรวจสอบสหกรณ์ทุกสหกรณ์ในพื้นที่รับผิดชอบอย่างละเอียดหากเห็นความผิดปกติหรือส่อไปในทางทุจริตที่อาจเกิดขึ้นในอนาคตให้รีบเข้าไปตรวจสอบในทันที
โดยไม่ต้องรอให้มี ความเสียหายเกิดขึ้น” อธิบดีกรมส่งเสริมสหกรณ์กล่าวย้ำ
ด้าน
นายชนะ อมรวัฒน์ สหกรณ์จังหวัดสงขลา กล่าวเสริมว่า
หลังเกิดเหตุได้เข้าไปตรวจสอบข้อเท็จจริงในสหกรณ์และรายงานความคืบหน้าต่ออธิบดีกรมส่งเสริมสหกรณ์เป็นระยะ
พร้อมแจ้งความดำเนินคดีกับผู้กระทำความผิด โดยทางสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนหาดใหญ่ฯ
ได้ประสานไปยังสำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน(ปปง.) เพื่อตรวจสอบเส้นทางการเงินของผู้กระทำความผิด
ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างดำเนินการของปปง.
“การดำเนินคดีอาญากับผู้กระทำความผิดอาจต้องใช้เวลาในการรวบรวมพยานหลักฐานเพื่อให้สำนวนการสอบสวนมีความรัดกุมมากที่สุด
ส่วนคดีแพ่งทางสหกรณ์ฯได้เตรียมทนายรวบรวมพยานหลักฐานทั้งหมดส่งฟ้องศาลภายในเดือนพฤษภาคม
2569 นี้” สหกรณ์จังหวัดสงขลากล่าวทิ้งท้าย





