นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์
เปิดเผยว่า ความพยายามของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ในการผลักดันการเพิ่มด่านแม่สาย
จังหวัดเชียงราย เป็นจุดส่งออกนำเข้าผลไม้สดระหว่างไทยและจีน ประสบผลสำเร็จ
โดยตั้งแต่วันที่ 1 กรกฎาคม 2569 เป็นต้นไป ด่านแม่สายสามารถใช้เป็นจุด
ส่งออกนำเข้าผลไม้สดภายใต้พิธีสารว่าด้วยข้อกำหนดในการกักกันโรคและตรวจสอบสำหรับการส่งออกและนำเข้าผลไม้สดผ่านประเทศที่สามระหว่างไทยและจีน
ผ่านเส้นทาง R3B (แม่สาย–ท่าขี้เหล็ก–เมืองลา–ต่าลั่ว)
ได้อย่างเป็นทางการ
นายสุริยะ กล่าวว่า
หลังจากไทยและจีนเห็นชอบร่วมกันให้เพิ่มด่านแม่สายในภาคผนวกของพิธีสารฯ
ในคราวการประชุมคณะกรรมการร่วมด้านเทคนิคไทยจีนเมื่อเดือนเมษายนที่ผ่านมา
ได้มอบหมายให้สำนักงานมาตรฐานสินค้าเกษตรและอาหารแห่งชาติ (มกอช.)
ในฐานะหน่วยประสานงานด้าน SPS ของไทย
เร่งประสานงานกับสำนักงานศุลกากรแห่งสาธารณรัฐประชาชนจีน (GACC) เพื่อให้สามารถใช้ด่านแม่สายส่งออกผลไม้สดไปจีนได้โดยเร็ว
พร้อมทั้งประสานกับกระทรวงเกษตร ปศุสัตว์
และชลประทานแห่งสาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมา
ในการอำนวยความสะดวกการขนส่งผลไม้สดผ่านเมียนมา
เนื่องจากเป็นครั้งแรกในการเส้นทางดังกล่าวในการส่งออกผลไม้สดไปจีน
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กล่าวว่า
การเปิดใช้ด่านแม่สายครั้งนี้
นับเป็นอีกก้าวสำคัญของการพัฒนาโลจิสติกส์ภาคการเกษตรของไทย
ช่วยเพิ่มทางเลือกในการขนส่งผลไม้สดทางบก ลดความแออัดของเส้นทางเดิม
และสนับสนุนการกระจายสินค้าสู่มณฑลทางตะวันตกเฉียงใต้ของจีนได้อย่างมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น
ซึ่งจะช่วยเพิ่มศักยภาพการแข่งขันของผลไม้ไทยในตลาดจีน
“จีนยังคงเป็นตลาดส่งออกผลไม้สดที่สำคัญที่สุดของไทย โดยในปี 2568
ไทยมีมูลค่าการส่งออกกว่า 160,000 ล้านบาท สามารถส่งออกผลไม้สดไปจีนได้ 22 ชนิด
โดยผลไม้สด 5 อันดับแรก ได้แก่ ทุเรียน ลำไย มังคุด มะพร้าว และส้มโอ
ซึ่งการเปิดใช้ด่านแม่สายในครั้งนี้ จะช่วยเพิ่มศักยภาพการค้าชายแดน
รองรับปริมาณผลไม้ที่เพิ่มขึ้นในอนาคต
สร้างโอกาสทางการตลาดให้แก่เกษตรกรและผู้ประกอบการไทย
ตลอดจนเพิ่มมูลค่าการค้าผลไม้ไทยกับจีนอย่างต่อเนื่อง" นายสุริยะ กล่าว
ทั้งนี้ ด่านแม่สายนับเป็น จุดส่งออกนำเข้าผลไม้สดแห่งที่ 10 ของไทย
ที่ได้รับการรับรองภายใต้พิธีสารไทย-จีน
และเป็นผลสืบเนื่องจากความสำเร็จในการผลักดันเพิ่มจุดส่งออกนำเข้าอีก 3
แห่งเมื่อวันที่ 1 กันยายน 2568 สะท้อนถึงความร่วมมืออันใกล้ชิดระหว่างไทยและจีน
ในการอำนวยความสะดวกทางการค้า
ควบคู่กับการรักษามาตรฐานด้านสุขอนามัยและสุขอนามัยพืช
เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้กับประเทศคู่ค้า
และยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันของสินค้าเกษตรไทยในตลาดโลก






