ส.ป.ก. พลิกฟื้นป่าเสื่อมโทรม “วังท่าช้าง”
เดินจัดสรรที่ดินทำกินให้เกษตรกร พร้อมน้อมนำแนวทางพระราชดำริ พัฒนาอาชีพ
รายได้สร้างความั่นคงในชีวิตให้เกษตรกร
นายเศรษฐเกียรติ กระจ่างวงษ์ เลขาธิการสำนักงานการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม(ส.ป.ก.)
เปิดเผยว่า ในอดีตพื้นที่ตำบลวังท่าช้าง อำเภอกบินทร์บุรี
จังหวัดปราจีนบุรีเกษตรกรไร้ที่ทำกิน จำเป็นต้องเช่าพื้นที่นายทุนทำการเกษตรเพื่อหาเลี้ยงครอบครัว
แต่มักจะประสบปัญหาได้ผลผลิตตกต่ำ เนื่องจากขาดแคลนแหล่งน้ำตามธรรมชาติมาเกื้อหนุน
ซ้ำร้ายยังมีช้างป่าเข้ามาบุกรุกพื้นที่การเกษตร เกิดความเสียหาย
เกษตรกรต่างได้รับความเดือดร้อนกันเป็นจำนวนมาก
สำนักงานการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม ส.ป.ก. จึงได้เข้าไปดำเนินการแก้ไขปัญหาพื้นที่ทำกินให้แก่เกษตรกร
โดยดำเนินการตรวจสอบสิทธิ์ เพื่อยกระดับพื้นที่
ให้กลายเป็นโฉนดเพื่อการเกษตรให้เกษตรกรสามารถนำไปสร้างคุณค่า
พร้อมทั้งน้อมนำศาสตร์พระราชา เข้าไปสนับสนุน
ส่งเสริมให้เกษตรกรพัฒนาพื้นที่ให้เหมาะสมทำการเกษตร จนสามารถพลิกฟื้นผืนดินรกร้าง
ให้กลายเป็นแหล่งรายได้ที่มั่นคงและยั่งยืน
ส.ป.ก. ได้เข้าไปดำเนินการตรวจสอบสิทธิ์ จัดสรรที่ดินทำกิน
พร้อมกับปรับสภาพพื้นที่ให้เหมาะกับการเพาะปลูก ด้วยการน้อมนำแนวทางพระราชดำริ
ในการส่งเสริม และการพัฒนาพื้นที่เกษตรกรรม
เปลี่ยนจากปลูกพืชเศรษฐกิจเชิงเดี่ยวขนาดใหญ่ ซึ่งมีการใช้สารเคมีเข้มข้น และทำลายหน้าดินอย่างรวดเร็ว
ให้กลายเป็นระบบนิเวศที่สมบูรณ์ เริ่มจากการแก้ไขปัญหาความแห้งแล้ง
โดยได้มีการสนับสนุนงบประมาณและเครื่องจักร
ดำเนินการขุดสร้างอ่างเก็บน้ำขนาดเล็กในแปลงที่ดินของเกษตรกรแต่ละราย
มีการส่งเสริมการปลูกพืชตระกูลถั่ว และการใช้ปุ๋ยหมักอินทรีย์ เปลี่ยนโครงสร้างที่ดิน
ให้กลับมาอุ้มน้ำอีกครั้ง เมื่อดินมีความเหมาะสมแก่การเพาะปลูก
จึงได้ส่งเสริมให้มีการปลูกพืชแบบเกษตรทฤษฎีใหม่และเกษตรผสมผสาน
ทั้งไม้ผลและสมุนไพรที่ยั่งยืน ลดการใช้สารเคมีในแปลงเกษตร
พร้อมทั้งสร้างโรงอบพลังงานแสงอาทิตย์ต้นทุนต่ำในการแปรรูปสินค้า
สร้างความมั่นคงทางการตลาดและสร้างรายได้หมุนเวียนภายในชุมชน นอกจากนี้
ยังได้รับความร่วมมือจาก เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าเขาอ่างฤาไน
ในการแก้ไขปัญหาช้างป่าบุกรุกพื้นที่ทำกินของเกษตรกร บูรณาการร่วมกับชุมชน
และหน่วยงานอนุรักษ์ เพื่อสร้างความรู้ความเข้าใจวางระบบการป้องกัน
และแจ้งเตือนอย่างเหมาะสมเพื่อลดความขัดแย้ง ระหว่างคนกับช้างป่า
จนกระทั่งในปัจจุบัน สามารถคืนความสมดุลให้แก่ธรรมชาติ เพิ่มคุณค่าให้กับที่ดิน
และสามารถแก้ไขปัญหาช้างป่า สร้างอาชีพให้แก่เกษตรกรได้
“หัวใจสำคัญในการพลิกฟื้นผืนดิน คือการสืบสานศาสตร์พระราชา
ทั้งเกษตรทฤษฎีใหม่ และเกษตรผสมผสาน โดยสำนักงานการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม
ได้นำมาประยุกต์ใช้ เป็นเข็มทิศนำพาเกษตรกรในเขตปฏิรูปที่ดิน
ให้ก้าวข้ามความยากลำบาก สู่การพึ่งพาตนเอง ได้อย่างมั่นคงและยั่งยืน” เลขา
ส.ป.ก.กล่าว
นายสอน พรคำแก้ว อาชีพทำการเกษตรผสมผสานและปลูกพืชสมุนไพร
กล่าวว่า ที่ผ่านมาทำการเกษตรเชิงเดี่ยวแบบพึ่งพาสารเคมี ส่งผลให้สุขภาพไม่ดี
ในขณะที่ผลผลิตที่ได้ก็ไม่สม่ำเสมอ
เนื่องจากขาดแคลนน้ำและสภาพดินไม่เหมาะสมทำการเกษตร ต้องประสบปัญหาเป็นประจำทุกปี
กระทั่ง ส.ป.ก.เข้ามาช่วยเหลือปรับปรุงสภาพที่ดินและส่งเสริมให้เปลี่ยนจากปลูกพืชเชิงเดี่ยวที่ต้องพึ่งพาสารเคมี
มาทำเกษตรผสมผสาน ทั้งไม้ผลและพืชสมุนไพร โดยน้อมนำศาสตร์พระราชามาเป็นแนวทางในการทำเกษตร
เปลี่ยนจากการใช้ปุ๋ยเคมีมา เป็น ปุ๋ยหมัก ปุ๋ยอินทรีย์ ทำให้การทำเกษตรดีขึ้นตามลำดับ
อีกทั้งยังสนับสนุนงบประมาณและนวัตกรรมต่างๆ
เพื่อช่วยเพิ่มศักยภาพการผลิตให้ดีขึ้นอีกด้วย เช่นเดียวกับ จินตนา สีมา
ที่กล่าวยืนยันว่า ก่อนหน้านี้พวกเราไม่มีความรู้เรื่องการปลูกสมุนไพรมาก่อน
แต่หลังจากทาง ส.ป.ก. ส่งเสริมด้านองค์ความรู้ต่างๆ ทำให้มีความรู้
ความเข้าใจในการผลิตพืชสมุนไพรตั้งแต่การปลูก การเก็บเกี่ยว
การเก็บรักษาและแปรรูปที่มีคุณภาพ ได้มาตรฐาน จนผลผลิตเป็นที่ยอมรับและต้องการของตลาด ต้องขอขอบคุณ ส.ป.ก.
ที่เข้ามาสนับสนุนและส่งเสริม จนทำให้วันนี้เกษตรกรมีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น
มีรายได้ที่มั่นคง



