เมื่อวันที่ 14 กรกฎาคม พ.ศ. 2569
องค์กรความร่วมมือระหว่างประเทศของเยอรมัน (GIZ) ประจำประเทศไทยร่วมกับธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร
พร้อมผู้แทนจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งสถาบันวิจัยภาครัฐ
เอกชนและองค์กรระหว่างประเทศทั้งสิ้นกว่า 70 ท่าน
เข้าร่วมระดมสมองในการประชุมเชิงปฏิบัติการภายใต้หัวข้อ “การขับเคลื่อน Thailand
Taxonomy ภาคเกษตรสู่การปฏิบัติ”
ห้องสกายบอลรูม โรงแรมสกายวิว กรุงเทพ
การประชุมครั้งนี้
มีวัตถุประสงค์เพื่อระดมความคิดเกี่ยวกับแนวปฏิบัติที่ดีให้กับภาคการเกษตรและการเงินการธนาคารไทย
รวมถึงผลักดันการดำเนินกิจกรรมตามกรอบการทำงานภายใต้ Thailand Taxonomy ซึ่งเป็นมาตรฐานการจัดกลุ่มกิจกรรมทางเศรษฐกิจที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมของประเทศไทยเพื่อให้ภาครัฐและภาคเอกชนมีความเข้าใจตรงกัน
และสามารถใช้เป็นเกณฑ์สำหรับส่งเสริมการจัดสรรเงินทุนสีเขียวซึ่งครอบคลุมถึงการไม่สร้างผลกระทบเชิงลบอย่างมีนัยะสำคัญต่อสิ่งแวดอล้อมและสังคม
อีกทั้งเพื่อสนับสนุนการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกและการปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ
Thailand Taxonomy ในระยะที่ 1
ครอบคลุมกิจกรรมในภาคพลังงานและขนส่ง
เนื่องจากเป็นภาคเศรษฐกิจที่มีการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสูงที่สุด และต่อมาในระยะที่
2 ได้มีการขยายให้ครอบคลุมภาคเกษตร ภาคก่อสร้างและอสังหาริมทรัพย์
ภาคอุตสาหกรรมการผลิต และภาคการจัดการของเสีย ส่งผลให้ Thailand Taxonomy ในปัจจุบันครอบคลุมสัดส่วนการปล่อยก๊าซเรือนกระจกกว่า 95% ของประเทศ
ดังนั้น Thailand Taxonomy จึงนับเป็นอีกหนึ่งเครื่องมือที่สำคัญที่จะช่วยขับเคลื่อนภาคธุรกิจและสถาบันการเงิน
ในการเปลี่ยนผ่านสู่เศรษฐกิจคาร์บอนต่ำและเติบโตอย่างยั่งยืน
นางสาวปิยะวรรณ เข็มทองประดิษฐ์ รองผู้อำนวยการ
ฝ่ายกลยุทธ์สถาบันการเงิน ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) กล่าวเปิดงานดังนี้
“การเปิดตัว Thailand Taxonomy ระยะที่สอง
เมื่อปีที่ผ่านมา ถือเป็นอีกก้าวสำคัญ
ภาคเกษตรเป็นภาคเศรษฐกิจที่มีึความสำคัญต่อประเทศไทยทั้งด้านความมั่นคงทางอาหาร
การจ้างงาน รายได้ของประชาชน
และการรับมือกับความเสี่ยงด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ การจัดทำ Taxonomy
เป็นเพียงจุดเริ่มต้น
ความท้าทายสำคัญยิ่งกว่าคือการทำให้หลักเกณฑ์นี้สามารถนำไปปฏิบัติใช้ได้จริง
และนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงที่จับต้องได้
ภาคการเงินมีบทบาทสำคัญอย่างยิ่งที่จะช่วยสนับสนุนการเปลี่ยนผ่านของภาคเกษตร และ Thailand
Taxon”omy จะเป็นเครื่องมือสำคัญที่จะช่วยให้สถาบันการเงินสามารถออกแบบผลิตภัณฑ์ทางการเงิน
ประเมินความเสี่ยง และสนับสนุนเงินทุนให้แก่กิจกรรมสีเขียวได้อย่างโปร่งใส”
นางสาวสังวาล ทรัพย์มา
ผู้จัดการโครงการและหัวหน้าฝ่ายสมาชิกสัมพันธ์และการสื่อสาร
สำนักงานเลขาธิการเวทีข้าวยั่งยืน (Sustainable
Rice Platform) ซึ่งเป็นความร่วมมือของหลากหลายองค์กรทั้งในประเทศและระดับโลกที่มีวิสัยทัศน์มุ่งเน้นการ
ผลิตอาหารเพื่อประชากรโลกอย่างยั่งยืน
เพื่อส่งมอบข้าวคุณภาพดีและมีคุณค่าทางโภชนาการแก่ผู้บริโภค
พร้อมทั้งพัฒนาคุณภาพชีวิตของเกษตรกรและลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมจากการผลิตและการบริโภคข้าว
กล่าวในเวทีอภิปรายหัวข้อ “เสียงสะท้อนจากห้วงโซ่เกษตร: การนำ Taxonomy ไปใช้ในทางปฏิบัติ” ว่า “มาตรฐาน SRP และนโยบาย Thailand
Taxonomy สำหรับภาคเกษตรของไทยมีความสอดคล้องกันอย่างมากอยู่แล้ว SRP
ช่วยให้เกษตรกรสามารถนำแนวทางปฏิบัติที่ยั่งยืนไปใช้และวัดผลได้
ในขณะที่ นโยบาย Taxonomy จะช่วยให้ภาคเกษตรเข้าถึงแหล่งทุนการเงินตามโครงสร้างที่มีอยู่
แทนที่จะสร้างระบบใหม่ เราควรต่อยอดจากสิ่งที่มีอยู่แล้ว เช่นมาตรฐาน SRP ให้ใช้งานได้จริง มีข้อมูลที่น่าเชื่อถือ
และการตรวจสอบอิสระช่วยลดความซ้ำซ้อน ขั้นตอนต่อไปคือ SRP จะเริ่มนำนโยบาย Taxonomy ไปใช้กับการจัดการพื้นที่สวนและนาที่ได้รับการรับรองจาก
SRP เพื่อให้หน่วยงานกำกับดูแล สถาบันการเงิน
และพันธมิตรในห่วงโซ่ภาคเกษตรสามารถทดสอบแนวทาง
ระบุช่องโหว่ที่ยังมีอยู่ในห่วงโซ่่
และสามารถขยายผลของนโยบายไปสู่ภาคปฏิบัติได้อย่างมั่นใจยิ่งขึ้น”
กิจกรรมภายในงานมีการบรรยายพิเศษ โดย นางสาวกอบรัตน์
โชติเรืองประเสริฐ ผู้ประเมินความยั่งยืนอาวุโส บริษัท ดีเอ็นวี (ประเทศไทย) จำกัด
ในฐานะผู้เชี่ยวชาญและหนึ่งในที่ปรึกษาที่ร่วมพัฒนา Thailand Taxonomy ในระยะที่ 2
เพื่อทำความเข้าใจร่วมกันถึงหลักเกณฑ์ของกิจกรรมในภาคเกษตรที่สอดคล้องกับ Thailand
Taxonomy เปรียบเทียบเกณฑ์ Taxonomy ของประเทศกับเกณฑ์ในระดับภูมิภาค
(ASEAN Taxonomy) รวมถึงนำเสนอประเด็นสำคัญที่ควรพิจารณาสำหรับภาคเกษตร
ความท้าทายที่เกิดขึ้นจริงในทางปฏิบัติ
และความสำคัญที่ต้องอาศัยการขับเคลื่อนร่วมกันหลายภาคส่วนในห้วงโซ่ภาคเกษตร
และได้รับเกียรติจาก นายภูมิเลิศ เลิศวรวิทย์, ผู้ช่วยผู้อำนวยการฝ่ายสินเชื่อบุคคล
และ นายวิชัย ปักษา ผู้อำนวยการสำนักกิจการระหว่างประเทศ จาก ธ.ก.ส.
ให้ข้อมูลเกี่ยวกับบทบาทของธ.ก.ส.ในฐานะสถาบันการเงินเพื่อภาคเกษตร
และนำเสนอผลิตภัณฑ์ บริการการเงินสีเขียว
ความร่วมมือกับหน่วยงานภาครัฐและเอกชนในการเสริมสร้างศักยภาพเกษตรกรรมที่เท่าทันต่อสภาพภูมิอากาศ
และการเงินเพื่อสภาพภูมิอากาศ (Climate Smart Finance) การใช้มาตรการจูงใจและเครื่องมือทางการเงินเพื่อยกระดับผลลัพธ์ด้านสิ่งแวดล้อมและรายได้ของเกษตรกร
สอดรับการดำเนินงานตามกรอบ Thailand Taxonomy ภาคเกษตร
สำหรับกิจกรรมในภาคบ่ายเป็นการทำกิจกรรมตามกลุ่มย่อยเพื่อระดมสมอง
หารือแลกเปลี่ยนแนวปฏิบัติที่สอดคล้องของหน่วยงานที่มีส่วนได้ส่วนเสียในแต่ละภาคส่วน
ทั้งผู้กำหนดนโยบาย ผู้ประกอบการสินค้าเกษตร สถาบันการเงิน
ผู้กำหนดมาตรฐานการเกษตร นักวิชาการ รวมถึงหารือความท้าทายในทางปฏิบัติ
และบทบาทของภาคธุรกิจการเกษตร ภาคการเงิน
และผู้มีส่วนเกี่ยวข้องในห่วงโซ่ภาคเกษตรตั้งแต่ระดับกลางน้ำถึงปลายน้ำ
ในการขับเคลื่อน Thailand Taxonomy ภาคเกษตรให้สามารถนำไปปฏิบัติได้จริง
นางสาวพิมกานต์ ขัตติยวงศ์
ผู้จัดการโครงการการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ความหลากหลายชีวภาพทางทะเลและชายฝั่ง
GIZ ประจำประเทศไทย
กล่าวว่าข้อเสนอแนะและแนวทางการปฏิบัติที่ดี ที่ได้จากการประชุมครั้งนี้ GIZ
โดยโครงการการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ
ความหลากหลายทางชีวภาพทางทะเลและชายฝั่ง (Climate, Coastal, and Marine
Biodiversity: CCMB) และโครงการระบบการผลิตข้าวที่ยั่งยืนแบบองค์รวม
(Inclusive Sustainable Rice Landscapes: ISRL) จะนำเสนอสรุปการประชุมเชิงปฏิบัติการไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
เพื่อเป็นแนวทางในการสนับสนุนการผลักดันการเปลี่ยนผ่านจากแนวทางภาคสมัครใจไปสู่การดำเนินการที่เป็นรูปธรรมในภาคการเกษตรเชิงปฏิบัติ
เพื่อส่งเสริมการบรรลุเป้าหมายการลดก๊าซเรือนกระจกและการปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศของประเทศทั้งในระยะสั้นและระยะยาวต่อไป










