สาระดีดีนิวส์ไทม์

Smile Melon Model แก้ปัญหาความยากจนอย่างยั่งยืน ในพื้นที่ ส.ป.ก.


Smile Melon Model เปลี่ยนเกษตรกรผู้ปลูกข้าวที่เผชิญปัญหาราคาตกต่ำ มาปลูกเมล่อนญี่ปุ่นคุณภาพสูงในโรงเรือน โดยบริหารจัดการตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำ ช่วยสร้างรายได้หลักแสนบาทต่อรอบการผลิต แก้ปัญหาความยากจนอย่างยั่งยืนในเขตพื้นที่ ส.ป.ก



นายเศรษฐเกียรติ กระจ่างวงษ์ เลขาธิการ ส.ป.ก. เปิดเผยว่า เดิมเกษตรกรในพื้นที่ตำบลคู้สลอด อำเภอลาดบัวหลวง จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ซึ่งอยู่ในพื้นที่จัดสรรที่ดินทำกินของ ส.ป.ก. มีอาชีพทำนา ปลูกผักบุ้งจีน แต่บางครั้งผลผลิตราคาตกต่ำ สวนทางกับต้นทุนการผลิตที่สูงขึ้นทุกปี  เกษตรกรจึงมีความต้องการที่จะทดลองปรับเปลี่ยนปลูกพืชชนิดอื่นเพื่อเพิ่มรายได้ให้สูงขึ้น

สำนักงานการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม (ส.ป.ก.) โดยสำนักงานการปฏิรูปที่ดินจังหวัดพระนครศรีอยุธยา จึงได้จัดโครงการเพื่อนำเกษตรกรไปศึกษาดูงานการปลูกเมล่อนที่ประสบความสำเร็จในหลายพื้นที่ และจัดโครงการฝึกอบรมให้ความรู้เกี่ยวกับการปลูกเมล่อนญี่ปุ่น จากนั้นกลุ่มเกษตรกร จึงได้นำความรู้และประสบการณ์ที่ได้รับจากการไปศึกษาดูงาน มารวมกลุ่มกันเพื่อทดลองปลูกเมล่อน ภายใต้กลุ่ม Smile Melon ใช้ทักษะ ประสบการณ์ ต่อยอดและค่อยๆ พัฒนามากระทั่งปัจจุบันก้าวสู่มาตรฐาน GAP โดยมี ส.ป.ก. เป็นพี่เลี้ยงและคอยดูแลให้คำแนะนำอย่างใกล้ชิด เป็นผู้ประสาน 10 ทิศกับทุกหน่วยงาน พร้อมทั้งสนับสนุนองค์ความรู้ สร้างความเข้มแข็งให้กับกลุ่มเกษตรกร ช่วยพัฒนาช่องทางการตลาดและการจำหน่ายให้เข้มแข็ง ปัจจุบันดำเนินงานภายใต้กลุ่ม วิสาหกิจชุมชนเมล่อนหมู่ใหญ่รวมใจพัฒนา ตำบลคู้สลอด อำเภอลาดบัวหลวง จังหวัดพระนครศรีอยุธยา



ส.ป.ก.เข้าไปส่งเสริมและสนับสนุนให้กลุ่มเกษตรกรมีรายได้เพียงพอต่อการเลี้ยงชีพของตนเองและครอบครัว ออกแบบกลไกการขับเคลื่อนแนวทางการดำเนินงานที่แก้ไขปัญหาความยากจน ดำเนินการครบวงจรตั้งแต่ต้นน้ำ กลางน้ำและปลายน้ำ เน้นกระบวนการการมีส่วนร่วมทุกภาคส่วน ส่งเสริมให้ใช้ทรัพยากรในพื้นที่ให้เกิดประโยชน์สูงสุด มีการพัฒนาระบบการจัดการของเสีย “Zero Waste Agriculture” เช่น การนำใบของต้นเมล่อนที่ตัดแต่งแล้วและเมล่อนที่ไม่ผ่านมาตรฐานไปเลี้ยงปลา เป็นการทำเกษตรที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ลดปริมาณการใช้สารเคมี เป็นต้น

“ความสำเร็จของการดำเนินงาน เกษตรกรมีรายได้เพิ่มขึ้น ต้นทุนการผลิตลดลง สินค้ามีคุณภาพตามมาตรฐาน GAP  ราคาสินค้าของชุมชนมีเสถียรภาพมากขึ้น เกษตรกรมีสุขภาพที่ดีขึ้น ส่งผลให้มีคุณภาพชีวิตที่ดี ในขณะเดียวกัน ทรัพยากรธรรมชาติในชุมชนได้รับการฟื้นฟูมากขึ้น ปัจจุบัน กลุ่มเกษตรกรแห่งนี้ ยังเป็นแหล่งเรียนรู้ ศึกษาดูงานของผู้สนใจ เป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงเกษตร ซึ่งเกษตรกรมีการวางแผนสืบทอดให้กับทายาท ลูกหลานคนรุ่นใหม่ให้มารับช่วงต่อในอนาคตอย่างยั่งยืน” เลขาธิการ ส.ป.ก. กล่าว

                        


 

แสดงความคิดเห็น (0)
ใหม่กว่า เก่ากว่า
สาระดีดีนิวส์ไทม์
สาระดีดีนิวส์ไทม์
สาระดีดีนิวส์ไทม์