สำหรับการประชุมครั้งนี้ เพื่อสรุปผลการศึกษาความเหมาะสม การประเมินผลกระทบสิ่งศึกษาผลกระทบสิ่งแวดล้อม ตลอดจนมาตรการป้องกันแก้ไขและติดตามตรวจสอบผลกระทบสิ่งแวดล้อม พร้อมทั้งเปิดเวทีรับฟังข้อคิดเห็น และข้อเสนอแนะจากผู้เข้าร่วมประชุม เพื่อนำไปประกอบการพิจารณาปรับปรุงการพัฒนาโครงการให้เหมาะสมและสอดคล้องกับความต้องการในพื้นที่ยิ่งขึ้น
นางดรรชณี เฉยเพ็ชร ผู้เชี่ยวชาญด้านที่ปรึกษาผลกระทบสิ่งแวดล้อม เป็นผู้แทนกรมชลประทาน กล่าวว่า โครงการอ่างเก็บน้ำห้วยกะตัดพร้อมระบบส่งน้ำอันเนื่องมาจากพระราชดำริเกิดจากในพื้นที่ประสบปัญหาขาดแคลนน้ำต้นทุนเพื่อการเกษตรและอุปโภคบริโภค ราษฎรบ้านปางสาจึงขอพระราชทานโครงการพัฒนาแหล่งน้ำในบริเวณพื้นที่ด้อยโอกาสฝั่งตะวันตกแม่น้ำยม กรมชลประทานได้พิจารณาความเหมาะสมในสภาพภูมิประเทศ การจัดหาน้ำ จึงได้พิจารณาก่อสร้างอ่างเก็บน้ำห้วยกะตัดพร้อมระบบส่งน้ำ ต่อมาพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 10 ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ รับโครงการก่อสร้างอ่างเก็บน้ำห้วยกะตัดพร้อมระบบส่งน้ำไว้เป็นโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ เมื่อวันที่ 17 มิถุนายน 2563
สำหรับลักษณะโครงการเป็นเขื่อนดินแบบ Zone Type ความจุที่ระดับเก็บกัก 2.15 ล้านลูกบาศก์เมตร พื้นที่น้ำท่วม 182.57 ไร่ ส่งน้ำผ่านระบบท่อส่งน้ำ ความยาวรวม 13.46 กิโลเมตร พื้นที่รับประโยชน์รวม 2,860 ไร่ ครอบคลุม 305 ครัวเรือน จำนวน 4 หมู่บ้านทั้ง บ้านโป่งตีนตั่ง บ้านผาเวียง บ้านปางสา และบ้านปางตะเคียน ส่งน้ำให้พื้นที่ชลประทานฤดูฝน 1,988 ไร่ ฤดูแล้ง 1,840 ไร่
นางดรรชณี กล่าวต่อว่า เนื่องจากพื้นที่โครงการฯ อยู่ในเขตพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติป่าแม่สิน ป่าแม่สาน และป่าแม่สูงฝั่งซ้ายในบริเวณพื้นที่ป่าอนุรักษ์เพิ่มเติม (โซน C) ประมาณ 263 ไร่ จึงเข้าข่ายประเภทและขนาดโครงการ ที่มีพื้นที่ตั้งแต่ 50 ไร่ แต่ไม่ถึง 500 ไร่ ต้องจัดทำรายงานผลกระทบสิ่งแวดล้อมเบื้องต้น (IEE) ตามมติคณะรัฐมนตรี (26 เมษายน 2554) เรื่องการทบทวนการกำหนดประเภทและขนาดของโครงการของหน่วยงานรัฐที่ต้องเสนอรายงานการวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งปวดล้อมตามมติคณะรัฐมนตรีที่เกี่ยวกับป่าอนุรักษ์เพิ่มเติม (13 กันยายน 2537) เสนอต่อสำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (สผ.) และประกอบการพิจารณาอนุญาตใช้พื้นที่ก่อสร้างอ่างเก็บน้ำต่อไป





