1 ตุลาคม 2569 กรมส่งเสริมสหกรณ์ ครบ 54 ปี
พร้อมขับเคลื่อนงานตามนโยบายรัฐบาล
เดินหน้าพัฒนาศักยภาพสหกรณ์และกลุ่มเกษตรกรเป็นกลไกสำคัญในการสร้างความเข้มแข็งให้กับเศรษฐกิจฐานราก
และยกระดับคุณภาพชีวิตของสมาชิกและเกษตรกร ภายใต้นโยบาย DRIVE+S พัฒนาสหกรณ์และกลุ่มเกษตรกรให้มีความเข้มแข็งมีธรรมาภิบาล
สามารถปรับตัวให้ทันต่อการเปลี่ยนแปลง และเติบโตได้อย่างมั่นคงและยั่งยืน
นายรพีภัทร์ จันทรศรีวงศ์ ปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์
เป็นประธานในงานวันคล้ายวันสถาปนากรมส่งเสริมสหกรณ์ ครบ 54 ปี
โดยมีพิธีสักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์ประจำกรมส่งเสริมสหกรณ์ พิธีสงฆ์
พิธีรับพระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์ เบื้องหน้าพระบรมฉายาลักษณ์ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว
และอ่านสารรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์
เนื่องในวันคล้ายวันสถาปนากรมส่งเสริมสหกรณ์ ครบ 54 ปี โดยมี นายนิรันดร์ มูลธิดา
อธิบดีกรมส่งเสริมสหกรณ์ และคณะผู้บริหารกรมส่งเสริมสหกรณ์ เข้าร่วม ณ
กรมส่งเสริมสหกรณ์ เทเวศร์ กรุงเทพมหานคร
ปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยว่า ในโอกาสครบรอบ 54
ปีของกรมส่งเสริมสหกรณ์
ได้มอบแนวทางการปฏิบัติงานขอให้ร่วมกันพัฒนาสหกรณ์ทั่วประเทศให้เข้มแข็ง
ในส่วนของการทำงานต้องทำแบบเชิงบูรณาการร่วมกับหน่วยงานภายในกระทรวงเกษตรและสหกรณ์
เพื่อให้สหกรณ์มีศักยภาพในการแข่งขันจนเป็นที่ยอมรับ
สร้างความเชื่อมั่นให้แก่สมาชิกและประชาชนทั่วไป
ให้ความสำคัญต่อการดำเนินธุรกิจเพื่อสังคมและสิ่งแวดล้อมที่สหกรณ์ตั้งอยู่เพื่อให้ชุมชนมีความเข้มแข็งไปพร้อมๆ
กับความเจริญก้าวหน้าของสหกรณ์ ตลอดจนการดูแลสวัสดิการต่างๆ ให้กับสมาชิกได้มีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดียิ่งขึ้นด้วย
ขอให้ร่วมกันขับเคลื่อนนโยบายของรัฐบาลไปสู่การปฏิบัติให้เกิดเป็นรูปธรรม
เพื่อให้ประชาชนพี่น้องเกษตรกรอยู่ดีกินดี มีอาชีพ
และรายได้ที่มั่นคงและยั่งยืนต่อไป และขอขอบคุณพี่น้องสมาชิกสหกรณ์ กลุ่มเกษตรกร
ตลอดจนบุคลากรและเครือข่ายขบวนการสหกรณ์ทั่วประเทศที่ร่วมแรงร่วมใจกันขับเคลื่อนงานสหกรณ์มาอย่างต่อเนื่อง
ด้านนายนิรันดร์ มูลธิดา อธิบดีกรมส่งเสริมสหกรณ์ กล่าวเพิ่มเติมว่า
สำหรับการทำงานในปีงบประมาณ พ.ศ. 2570
กรมส่งเสริมสหกรณ์จะไม่หยุดอยู่กับความสำเร็จที่ผ่านมา
ยังคงมุ่งมั่นพัฒนาสหกรณ์และขับเคลื่อนงานตามนโยบายรัฐบาล
และเดินหน้าพัฒนาระบบสหกรณ์ให้เข้มแข็งและทันต่อโลกที่เปลี่ยนแปลง ภายใต้นโยบาย DRIVE+S ในการส่งเสริมและพัฒนาสหกรณ์และกลุ่มเกษตรกร
ตลอดจนแลกเปลี่ยนเรียนรู้ประสบการณ์ซึ่งกันและกัน ซึ่งนโยบาย CPD DRIVE+S ประกอบด้วย Development พัฒนาสหกรณ์เข้มแข็ง Regulation
ธรรมาภิบาลและกำกับดูแล Innovation เทคโนโลยีและนวัตกรรม
Values เพิ่มมูลค่าสินค้าและบริการEfficiency ยกระดับศักยภาพบุคลากร และ Sustainable ความยั่งยืนในทุกมิติ
รวมทั้งการนำเทคโนโลยีและนวัตกรรมมาใช้ การสร้างโอกาสทางการตลาด
การเพิ่มมูลค่าสินค้า การแก้ไขปัญหาหนี้สิน
และการสร้างธรรมาภิบาลในสหกรณ์
เพื่อให้ผลจากการพัฒนาส่งไปถึงสมาชิกสหกรณ์และพี่น้องเกษตรกรอย่างเป็นรูปธรรม
ทั้งในเรื่องรายได้ ความมั่นคงในอาชีพ และคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นอย่างไรก็ตาม
เป้าหมายสำคัญในปี 2570 กรมจะเน้นผลลัพธ์ที่สามารถวัดได้อย่างเป็นรูปธรรมใน 5
เรื่องหลัก ดังนี้
เรื่องที่ 1 การยกระดับความเข้มแข็งของสหกรณ์
โดยตั้งเป้าให้สหกรณ์มีความเข้มแข็งระดับ 1 และระดับ 2
ในภาคการเกษตรไม่น้อยกว่าร้อยละ 50 และนอกภาคการเกษตรไม่น้อยกว่าร้อยละ 60 เรื่องที่ 2
การยกระดับสถาบันเกษตรกรสู่การเป็นผู้ประกอบการธุรกิจเกษตรอัจฉริยะ จำนวน 340 แห่ง
เราจะส่งเสริมการนำเทคโนโลยีสารสนเทศและนวัตกรรมดิจิทัลมาใช้ในการดำเนินธุรกิจ
พร้อมพัฒนาระบบบริหารจัดการสินค้าและโลจิสติกส์ เรื่องที่ 3
การแก้ไขปัญหาหนี้สินของสมาชิกสหกรณ์ จำนวน 600 แห่ง
ซึ่งเป็นเรื่องที่กรมให้ความสำคัญ เพราะปัญหาหนี้ส่งผลโดยตรงต่อคุณภาพชีวิตของสมาชิก
เราจะขยายผลการแก้ไขปัญหาอย่างเป็นระบบ
วิเคราะห์ปัญหาและศักยภาพของสมาชิกเป็นรายกรณี ควบคู่กับการส่งเสริมอาชีพ
การลดต้นทุน การเพิ่มรายได้ และสร้างวินัยทางการเงิน
เพื่อให้สมาชิกสามารถบริหารจัดการหนี้และกลับมามีความมั่นคงทางเศรษฐกิจได้ในระยะยาว
เรื่องที่ 4 การยกระดับการบริหารจัดการทางการเงินของสหกรณ์นอกภาคการเกษตร
โดยมุ่งเสริมสร้างระบบบริหารจัดการทางการเงินที่มีประสิทธิภาพ
มีการบริหารความเสี่ยงและระบบควบคุมภายในที่เหมาะสม
ตลอดจนสร้างความรู้ความเข้าใจให้กับคณะกรรมการ ฝ่ายจัดการ และสมาชิก
เพื่อสร้างความมั่นคงและความเชื่อมั่นต่อระบบสหกรณ์ เรื่องที่ 5
การเร่งรัดการจัดที่ดินทำกินในเขตนิคมสหกรณ์กว่า 8,600 ไร่ ผ่านการออกหนังสือ
กสน.3 และ กสน.5
เพื่อให้เกษตรกรได้รับสิทธิในการเข้าทำประโยชน์ในที่ดินตามหลักเกณฑ์
มีความมั่นคงในการประกอบอาชีพ และสามารถใช้พื้นที่เป็นฐานในการพัฒนาคุณภาพชีวิตของครอบครัวและชุมชนต่อไป
สำหรับกรมส่งเสริมสหกรณ์
ถือเป็นหน่วยงานสำคัญของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ จัดตั้งขึ้นเมื่อปี 2515
มีอำนาจหน้าที่ในการส่งเสริม สนับสนุน แนะนำ กำกับ และดูแลระบบสหกรณ์ของประเทศไทย
ปัจจุบันประเทศไทย มีสหกรณ์แบ่งเป็น 7 ประเภท ได้แก่ สหกรณ์การเกษตร สหกรณ์นิคม สหกรณ์ประมง
สหกรณ์ร้านค้า สหกรณ์บริการ สหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนและสหกรณ์ออมทรัพย์รวม 7,229 แห่ง ทั่วประเทศ (สหกรณ์ภาคการเกษตร 3,797 แห่ง/นอกภาคเกษตร 3,432
แห่ง)และมีกลุ่มเกษตรกรที่อยู่ในการกำกับดูแลกว่า 3,694แห่ง
สมาชิกสหกรณ์และกลุ่มเกษตรกร รวมทั้งสิ้น 11.22 ล้านราย ภายใต้วิสัยทัศน์
“ส่งเสริมสหกรณ์และกลุ่มเกษตรกรด้วยนวัตกรรมและหลักธรรมาภิบาลเพื่อสร้างความเข้มแข็งและเติบโตอย่างยั่งยืน”
ซึ่งสหกรณ์เป็นหนึ่งในสถาบันเกษตรกรที่มีบทบาทในการพัฒนาศักยภาพของสมาชิก ซึ่งมีหน้าที่สำคัญที่จะช่วยส่งเสริมและสร้างความเข้มแข็ง
ทั้งด้านเศรษฐกิจและสังคมในภาวะวิกฤติ
ซึ่งสิ่งเหล่านี้เป็นหน้าที่ของบุคลากรกรมส่งเสริมสหกรณ์ที่จะต้องเข้าไปขับเคลื่อน
ผลักดัน สร้างความรู้แก่สหกรณ์อย่างรอบด้าน ทั้งด้านการผลิต การบริหารธุรกิจ
การตลาดและนวัตกรรมดิจิทัล เพื่อพัฒนาศักยภาพสหกรณ์ให้มีความเข้มแข็ง
สามารถช่วยแก้ไขปัญหาให้มวลสมาชิกได้อย่างแท้จริง
นี่คือเป้าหมายสำคัญที่กรมส่งเสริมสหกรณ์จะเดินหน้าขับเคลื่อน ในปี 2570
เพื่อให้สหกรณ์ไทย “เข้มแข็ง ทันสมัย เป็นที่พึ่งของสมาชิก และเติบโตอย่างยั่งยืน