สาระดีดีนิวส์ไทม์

ศูนย์เมล็ดพันธุ์ข้าวอุดรธานี รุกขับเคลื่อน “โครงการส่วนพระองค์ 908” มุ่งยกระดับคุณภาพชีวิตและศักยภาพของเกษตรกร



ศูนย์เมล็ดพันธุ์ข้าวอุดรธานีรุกขับเคลื่อน “โครงการแปลงเรียนรู้การผลิตเมล็ดพันธุ์ดี โครงการส่วนพระองค์ 908” มุ่งถ่ายทอดเทคโนโลยีและองค์ความรู้   เพื่อยกระดับมาตรฐานการผลิตข้าว ลดต้นทุน เพิ่มมูลค่า และสร้างความมั่นคงทางอาหารแก่ชุมชนอย่างยั่งยืน



นายนรภัทร ศรีษะนอก ผู้อำนวยการศูนย์เมล็ดพันธุ์ข้าวอุดรธานี กรมการข้าว เปิดเผยว่า โครงการส่วนพระองค์ 908 จัดตั้งขึ้นเพื่อสร้างความมั่นคงทางอาหาร ยกระดับคุณภาพชีวิตและศักยภาพของเกษตรกร พร้อมส่งเสริมการทำเกษตรตามแนวทางเศรษฐกิจพอเพียง โดยมีจุดเริ่มต้นจากพระกรุณาธิคุณและพระดำริในการจัดทำโครงการเศรษฐกิจพอเพียง เพื่อช่วยเหลือราษฎรบ้านกำแมด หมู่ที่ 5 แก้ไขปัญหาความยากจนและหนี้สิน ก่อนพัฒนาต่อยอดสู่ศูนย์เรียนรู้เศรษฐกิจพอเพียงอย่างยั่งยืน บนพื้นที่กว่า 23 ไร่ ณ บ้านเหล่าหลวงใต้



กรมการข้าว โดย ศูนย์เมล็ดพันธุ์ข้าวอุดรธานี ได้เข้าไปมีบทบาทสำคัญในการพัฒนากระบวนการผลิตข้าวของเกษตรกร โดยสนับสนุนเมล็ดพันธุ์ข้าวคุณภาพดีและถ่ายทอดเทคโนโลยีการผลิตที่เหมาะสมกับพื้นที่และความต้องการของตลาด พร้อมนำแปลงเกษตรกรต้นแบบมาเป็นศูนย์กลางการเรียนรู้ ให้เกษตรกรได้เรียนรู้จากการปฏิบัติจริง ตั้งแต่การเตรียมแปลง การดูแลรักษา ไปจนถึงการเก็บเกี่ยวและจัดการเมล็ดพันธุ์ โดยหนึ่งในองค์ความรู้สำคัญ คือ การตรวจและตัดพันธุ์ปน ในระยะต่าง ๆ ทั้งระยะกล้า ระยะแตกกอ ระยะออกดอก ระยะโน้มรวง และระยะเก็บเกี่ยว ควบคู่กับการป้องกันและกำจัดโรคและศัตรูพืชแบบผสมผสาน หรือ IPM รวมถึงการจัดการปุ๋ยตามค่าวิเคราะห์ดิน เพื่อให้เกษตรกรใช้ปัจจัยการผลิตอย่างเหมาะสม ลดการใช้ปุ๋ยและสารเคมีที่ไม่จำเป็น ขณะเดียวกัน เจ้าหน้าที่กรมการข้าวยังลงพื้นที่ติดตามการเจริญเติบโตและตรวจสอบคุณภาพอย่างต่อเนื่อง พร้อมสนับสนุนให้แปลงผลิตเข้าสู่มาตรฐาน GAP (Good Agricultural Practices) เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้แก่ผู้ซื้อและเพิ่มมูลค่าให้กับผลผลิต



นายนรภัทร กล่าวต่อว่า ผลจากการดำเนินโครงการฯ เกิดประโยชน์อย่างเป็นรูปธรรมทั้งต่อเกษตรกรและชุมชน โดยเกษตรกรสามารถผลิตเมล็ดพันธุ์ข้าวที่มีคุณภาพและมีความบริสุทธิ์สูง ลดปัญหาพันธุ์ปน และสามารถตรวจตัดพันธุ์ปนได้อย่างถูกต้องตามหลักวิชาการ นอกจากนี้ ยังช่วย ลดต้นทุนการผลิตและเพิ่มรายได้ จากการปรับเปลี่ยนวิธีการผลิต จากเดิมที่ใช้เมล็ดพันธุ์จำนวนมากในการหว่าน มาเป็นการใช้เทคโนโลยีการหยอดหรือปักดำ ซึ่งช่วยประหยัดเมล็ดพันธุ์ได้มากกว่า 50% ขณะเดียวกัน การจัดการปุ๋ยตามค่าวิเคราะห์ดินและการใช้ระบบ IPM ช่วยลดการใช้ปัจจัยการผลิตและค่าใช้จ่ายด้านปุ๋ยและสารเคมี ที่สำคัญ ข้าวที่ผลิตเพื่อเป็นเมล็ดพันธุ์สามารถจำหน่ายได้ในราคาที่สูงกว่าข้าวเปลือกทั่วไปที่ส่งเข้าโรงสี ทำให้เกษตรกรมีช่องทางสร้างรายได้เพิ่มขึ้น และชุมชนยังสามารถพึ่งพาตนเองด้านเมล็ดพันธุ์ ลดการซื้อเมล็ดพันธุ์จากภายนอก อีกทั้งเกษตรกรในพื้นที่ใกล้เคียงสามารถเข้าถึงเมล็ดพันธุ์คุณภาพดีได้ง่ายขึ้น ช่วยยกระดับประสิทธิภาพการผลิตข้าวของชุมชนโดยรวม



ปัจจุบัน กรมการข้าวได้ขยายผลโครงการฯ ผ่านเครือข่ายความร่วมมือ โดยนำองค์ความรู้จาก “แปลงต้นแบบ” สู่ “เกษตรกรเครือข่าย” ในรูปแบบ Farmer-to-Farmer หรือ “พี่เลี้ยงสอนน้อง” โดยให้เกษตรกรที่ประสบความสำเร็จจากแปลงเรียนรู้ต้นแบบทำหน้าที่เป็นเกษตรกรแกนนำ ถ่ายทอดทักษะการผลิต การตรวจตัดพันธุ์ปน และการดูแลแปลงผลิตให้แก่เกษตรกรรายอื่นในพื้นที่ พร้อมกันนี้ ยังมีการขยายแปลงสาธิตไปยังตำบลและอำเภอใกล้เคียง เพื่อเปิดโอกาสให้เกษตรกรเข้ามาเรียนรู้จากพื้นที่จริง และต่อยอดสู่การจัดตั้ง “ศูนย์ข้าวชุมชน” หรือกลุ่มผลิตเมล็ดพันธุ์ในรูปแบบวิสาหกิจชุมชนต่อไป เพื่อให้สมาชิกสามารถร่วมกันบริหารจัดการการผลิตและกระจายเมล็ดพันธุ์ภายในชุมชน อีกแนวทางสำคัญคือการจัดทำ ระบบธนาคารเมล็ดพันธุ์ โดยนำเมล็ดพันธุ์บริสุทธิ์ที่ผลิตได้ส่วนหนึ่งหมุนเวียนให้สมาชิกนำไปใช้ในฤดูถัดไป ช่วยลดการพึ่งพาเมล็ดพันธุ์จากภายนอก และสร้างระบบการผลิตเมล็ดพันธุ์ที่สามารถพึ่งพาตนเองได้ในระยะยาว ซึ่งในการดำเนินงานยังบูรณาการความร่วมมือกับหน่วยงานภาครัฐและท้องถิ่น โดยกรมการข้าวสนับสนุนเมล็ดพันธุ์ชั้นพันธุ์ขยายและติดตามให้คำแนะนำอย่างต่อเนื่อง ขณะที่หน่วยงานด้านการเกษตรในพื้นที่ร่วมประสานงานและสนับสนุนด้านตลาด เพื่อให้การผลิตเชื่อมโยงตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำ



นอกจากการพัฒนาคุณภาพเมล็ดพันธุ์แล้ว โครงการฯ ยังมุ่งสร้างโอกาสด้านการตลาด โดยประสานความร่วมมือกับสหกรณ์การเกษตรและกลุ่มเกษตรกรในพื้นที่ เพื่อสร้างเครือข่ายรับซื้อและกระจายเมล็ดพันธุ์คุณภาพดีไปสู่เกษตรกรทั่วไปในราคาที่เหมาะสม ส่วนผลผลิตที่ไม่ได้นำไปใช้เป็นเมล็ดพันธุ์ แต่เป็นข้าวเปลือกคุณภาพสูง ยังสามารถนำมาต่อยอดด้วยการแปรรูปเป็นข้าวสารบรรจุถุง ภายใต้แบรนด์ของกลุ่มวิสาหกิจชุมชน เพื่อเพิ่มมูลค่าและสร้างรายได้ให้แก่สมาชิกอีกทางหนึ่ง

“โครงการส่วนพระองค์ 908 จึงไม่เพียงเป็นแปลงเรียนรู้การผลิตเมล็ดพันธุ์ข้าว แต่เป็นต้นแบบการพัฒนาที่เชื่อมโยงองค์ความรู้ เทคโนโลยี เกษตรกร ตลาด และชุมชนเข้าด้วยกัน ตั้งแต่การผลิตเมล็ดพันธุ์คุณภาพ การลดต้นทุน การเพิ่มมูลค่า ไปจนถึงการสร้างเครือข่ายเกษตรกรและระบบพึ่งพาตนเอง สู่การสร้างความมั่นคงทางอาหารและความยั่งยืนให้แก่ชุมชนในระยะยาว”นายนรภัทร ศรีษะนอก ผู้อำนวยการศูนย์เมล็ดพันธุ์ข้าวอุดรธานี กล่าวสรุปในตอนท้าย

แสดงความคิดเห็น (0)
ใหม่กว่า เก่ากว่า
สาระดีดีนิวส์ไทม์
สาระดีดีนิวส์ไทม์
สาระดีดีนิวส์ไทม์