บริษัทสยามคูโบต้าคอร์ปอเรชั่น จำกัด
ตอกย้ำความเป็นผู้นำตลาดเครื่องจักรกลการเกษตรของไทย
เดินหน้ากลยุทธ์รักษาแชมป์ท่ามกลางสภาพเศรษฐกิจที่ผันผวน
ด้วยการยกระดับบทบาทจากผู้ผลิตเครื่องจักรเกษตร สู่พันธมิตรเกษตรกรไทย
ชูบริการหลังการขายเป็นหัวใจหลักผ่านแคมเปญ “แคร์อุ่นใจ 5 ปี” ขยายการดูแลจาก 2 ปี เป็น 5 ปี และโปรแกรม Care Help Check รถพร้อม คนพร้อม”
ดูแลทั้งเครื่องจักรและสุขภาพควบคู่กัน
พร้อมเสริมศักยภาพเครือข่ายผู้แทนจำหน่ายกว่า 200
สาขาทั่วประเทศ พร้อมเสริมพอร์ตด้วยไลน์อัปรุ่นใหม่รองรับเทรนด์ Smart
Farming ในการขยายฐานเติบโตสู่ตลาดต่างประเทศที่สร้างรายได้ราว 40% ของรายได้รวม
ตลอดจนการมุ่งเดินหน้าขยายขีดความสามารถเชิงรุกบนฐานนวัตกรรมและความเข้าใจลูกค้าอย่างลึกซึ้ง
นายปุณนะ วงศ์ธนาศิริกุล ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่
ผู้จัดการทั่วไปสายงานขายตลาด และบริการ บริษัทสยามคูโบต้าคอร์ปอเรชั่น จำกัด
กล่าวว่า แม้ภาพรวมเศรษฐกิจและภาคการเกษตรจะเผชิญแรงกดดันจากหลายปัจจัย
แต่สยามคูโบต้ายังคงสามารถรักษาการเติบโตของธุรกิจได้อย่างต่อเนื่อง
โดยการเติบโตที่เกิดขึ้นมีปัจจัยสำคัญจากการดำเนินกลยุทธ์เชิงรุกที่ไม่ยึดติดกับการแข่งขันด้านราคาเพียงด้านเดียว
แต่ให้ความสำคัญกับการสร้างคุณค่าระยะยาวให้กับลูกค้า
ผ่านทั้งการการพัฒนานวัตกรรมสินค้า ควบคู่กับกลยุทธ์ด้านความเข้าใจ
การยกระดับบริการหลังการขาย และโซลูชันทางการเงินเข้าด้วยกันอย่างเป็นระบบ
“สยามคูโบต้ามีการยกระดับมาตรฐานบริการหลังการขายผ่านแคมเปญ
“แคร์อุ่นใจ 5 ปี” ที่ขยายระยะเวลาการดูแลจาก 2 ปี เป็น 5 ปี ครอบคลุมการตรวจเช็กมากกว่า 11 ครั้ง พร้อมส่วนลดอะไหล่บำรุงรักษาสูงสุด 20%
สำหรับแทรกเตอร์คูโบต้า M-SERIES ซึ่งเป็นรุ่นยอดนิยมของเกษตรกร
ด้วยแพ็กเกจการดูแลรักษาให้ฟรีตลอดอายุการใช้งาน
ควบคู่กับระบบติดตามและให้คำปรึกษาแบบเรียลไทม์ผ่านวิดีโอคอลกับช่างผู้เชี่ยวชาญ
สำหรับบริการดังกล่าวขับเคลื่อนโดยเครือข่ายทีมแคร์ที่แข็งแกร่ง ด้วยวิศวกรกว่า 1,700 คน กระจายอยู่ทุกจังหวัดทั่วประเทศ
ซึ่งผ่านมาตรฐานการรับรองด้านเทคนิคและบริการ ทำให้สามารถเข้าไปดูแล ติดตาม
และตรวจเช็กเครื่องจักรได้อย่างใกล้ชิด
สร้างความมั่นใจให้เกษตรกรวางแผนการใช้งานได้อย่างต่อเนื่อง ภายใต้แนวคิด “Purchase
Once, Lifetime Confidence” รวมทั้งยังมีโครงการ “KUBOTA
Care Help Check รถพร้อม คนพร้อม” ดูแลเกษตรกรครบวงจร
ทั้งตรวจเช็กบำรุงเครื่องจักร พร้อมโปรแกรมตรวจสุขภาพและให้คำแนะนำการดูแลตนเอง
เพื่อลดความเสี่ยงและป้องกันการเจ็บป่วยจากการทำงานในภาคการเกษตร”
นอกจากนี้ ยังมีการพัฒนากลยุทธ์ด้านผลิตภัณฑ์
โดยเดินหน้าส่งมอบเครื่องจักรกลการเกษตรและโซลูชันเกษตรสมัยใหม่อย่างต่อเนื่อง
เพื่อรองรับการทำเกษตรแบบ Smart Farming ที่เน้นการทำงานอย่างแม่นยำ
บริหารจัดการด้านทรัพยากรอย่างมีประสิทธิภาพ
ตั้งแต่แทรกเตอร์คูโบต้าเจเนอเรชันใหม่ อาทิ แทรกเตอร์คูโบต้า รุ่น L5228 รองรับทั้งงานนาและงานไร่ และรถเกี่ยวนวดข้าวคูโบต้า รุ่น DC-120X
Cabin ที่ออกแบบเพื่อการทำงานหนักในสภาพพื้นที่ท้าทาย ไปจนถึง Precision
Farming อาทิ โดรนการเกษตร และโซลูชันการจัดการน้ำ ซึ่งช่วยลดต้นทุน
เพิ่มประสิทธิภาพ รวมทั้งการใช้แทรกเตอร์ติดแอร์ ซึ่งปัจจุบันมีสัดส่วนตลาดราว 5% และคาดว่าจะเติบโตเป็น 10% ในอนาคต โดยเฉพาะในกลุ่ม
Smart Farmer และคนรุ่นใหม่
สะท้อนทิศทางการวางตำแหน่งแบรนด์สยามคูโบต้าที่ไม่ได้แข่งขันกับตลาดเดิม
แต่เลือกสร้างตลาดใหม่จากพฤติกรรมผู้บริโภคที่เปลี่ยนไป”
นายปุณนะ กล่าวเพิ่มเติมว่า
สยามคูโบต้ามีการขับเคลื่อนภาคการเกษตรบนกลยุทธ์ความเข้าใจเกษตรกรเป็นศูนย์กลาง
โดยมองลึกไปถึงข้อจำกัดจริงของการทำเกษตรในแต่ละพื้นที่ ทั้งต้นทุน
ความเสี่ยงด้านผลผลิต และพฤติกรรมการตัดสินใจของเกษตรกร
ก่อนนำเทคโนโลยีและองค์ความรู้มาปรับใช้ในรูปแบบ Precision
Farming ที่สอดคล้องกับบริบทการใช้งานจริง ตั้งแต่การจัดการดิน
เมล็ดพันธุ์ ปุ๋ย และน้ำอย่างแม่นยำตามช่วงเวลาและสภาพแวดล้อมที่เหมาะสม
กลยุทธ์ดังกล่าวช่วยให้เกษตรกรลดความสูญเสียจากการลงทุน
เพิ่มประสิทธิภาพการผลิตต่อไร่ และบริหารต้นทุนได้อย่างมีเสถียรภาพมากขึ้น สะท้อนการยกระดับบทบาทของสยามคูโบต้าจากผู้จำหน่ายเครื่องจักร
สู่พันธมิตรทางธุรกิจที่ร่วมออกแบบวิธีทำเกษตรเพื่อการเติบโตอย่างยั่งยืนของเกษตรกรและภาคการเกษตรไทยในระยะยาว
นอกจากนี้ยังพัฒนาความร่วมมือกับหน่วยงานภาครัฐ อาทิ กรมการข้าว
และกรมส่งเสริมการเกษตร เพื่อถ่ายทอดองค์ความรู้ ทักษะอาชีพ
และรูปแบบการทำเกษตรที่เหมาะสมกับบริบทของแต่ละพื้นที่
ควบคู่กับการขับเคลื่อนความยั่งยืน อาทิ สนับสนุนการทำนาโลว์คาร์บอน และแนวคิด Zero
Broadcast การทำนาปลอดนาหว่าน โดยมี “คูโบต้าฟาร์ม”
เป็นต้นแบบที่พิสูจน์แล้วว่าเกษตรยั่งยืนสามารถทำได้จริง
“สยามคูโบต้าไม่ได้มองบทบาทของตนเองเพียงผู้จำหน่ายเครื่องจักรกลการเกษตร
แต่เป็นพันธมิตรที่ร่วมเดินไปกับเกษตรกรในทุกขั้นตอน ตั้งแต่การตัดสินใจลงทุน
การใช้งานจริง ไปจนถึงการดูแลหลังการขาย พร้อมยกระดับเกษตรกรไทยให้เป็น Smart
Farmer ที่สามารถบริหารจัดการเพาะปลูก
เพิ่มปริมาณผลผลิตและรายได้อย่างมั่นคง ดังนั้น เราจึงมุ่งพัฒนานวัตกรรมผลิตภัณฑ์
ควบคู่กับการเสริมความแข็งแกร่งของเครือข่ายบริการ
และส่งเสริมองค์ความรู้ให้เกษตรกรอย่างครบวงจร
ซึ่งจะนำไปความสำเร็จและความยั่งยืนร่วมกัน อนาคตของเราคูโบต้านอกจากเน้น Horse
Power แต่เราอยากเป็น Knowledge Power ของเกษตรกรด้วย”
นายปุณนะ กล่าวทิ้งท้าย
สามารถสอบถามข้อมูลและรับคำปรึกษาจากผู้เชี่ยวชาญสยามคูโบต้าได้ที่ 1747
พร้อมติดตามข่าวสารและแนวคิดการทำเกษตรยุคใหม่ได้ทาง www.siamkubota.co.th
และ Facebook Fanpage: Siam Kubota Thailand





