กรุงเทพฯ
– มหาวิทยาลัยเกริก โดยวิทยาลัยสื่อสารการเมือง ร่วมกับสถาบันพัฒนาภาวะผู้นำ
จัดเวทีเสวนาวิชาการหัวข้อ “อนาคตประเทศไทยหลังเลือกตั้งปี 2569”
เปิดพื้นที่สาธารณะทางปัญญา
ถอดรหัสทิศทางประเทศหลังการเลือกตั้งใหญ่ 8
กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา ท่ามกลางความท้าทายทั้งในและต่างประเทศ
การเสวนา“อนาคตประเทศไทยหลังเลือกตั้งปี
2569” จัดขึ้น ณ ศูนย์ประชุมวิชาการนานาชาติ
มหาวิทยาลัยเกริก กรุงเทพฯ เมื่อวันที่ 22 มีนาคม 2569 โดยมี ดร.ธัญญ์พิชชา อติวัณณ์วงษ์ รองอธิการบดี
เป็นประธานเปิดงานดังกล่าว โดยได้รับความสนใจมีผู้เข้าร่วมงาน จำนวนกว่า 200 คน ทั้งจากผู้มีเกียรติในแวดวงการเมือง ผู้ทรงคุณวุฒิด้านวิชาการ
ตลอดคณาจารย์ นักศึกษา สื่อมวลชน และประชาชน ที่สนใจร่วมการเสวนา
พร้อมตั้งประเด็นคำถามกับวิทยากรได้อย่างน่าสนใจ
เมื่อการเลือกตั้งไม่ใช่จุดจบ
แต่คือจุดเริ่มต้นของคำถามใหญ่ เวทีเสวนา“อนาคตประเทศไทยหลังเลือกตั้งปี 2569”
จึงถูกจับตาจากผู้สนใจอย่างคับคั่ง โดยเฉพาะการรวมตัวของ 4 ผู้ทรงอิทธิพลด้านความคิดทางการเมืองไทย บนเวทีเสนาในครั้งนี้ นำโดย
นายจตุพร
พรหมพันธุ์, นายรังสิมันต์ โรม, รศ.ดร.ธนพร
ศรียากูล และ ดร.ศิโรตม์ คล้ามไพบูลย์ โดย ผศ.ดร.บุญอยู่
ขอพรประเสริฐเป็นผู้ดำเนินรายการ พร้อมร่วมวิเคราะห์และสรุปมุมมองจากประเด็น
ของทั้ง4 กูรู ในการชำแหละอนาคตไทยแบบรอบด้านได้อย่างน่าสนใจ
ความเข้มข้นของเวทีเสวนา“อนาคตประเทศไทยหลังเลือกตั้งปี
2569” ครั้งนี้ ไฮไล้ท์ คือ
การชี้เงื่อนไขและตัวแปรต่างๆ ว่า“รัฐบาลอยู่หรือร่วง”
ผ่านมุมมองของผู้น่วมเสวนาทั้ง 4 ท่าน อย่างเข้มข้นน่าจับตา
เริ่มจาก
ดร.ศิโรตม์ คล้ามไพบูลย์ ที่เปิดประเด็นถึง 4
ปัจจัยสำคัญในการชี้ชะตารัฐบาล ได้แก่ 1.การบริหารการเมือง (Political Management) 2.การสื่อสารของรัฐ
(Communication) 3.การมีส่วนร่วมของประชาชน (Participation)
และ 4.ความเข้าใจประชาชน (Political
Empathy) พร้อมเตือน “รัฐบาลจะอยู่ได้ ต้องเชื่อมโยงกับประชาชน
ไม่ใช่แค่บริหารเชิงเทคนิค”
ต่อมา
นายรังสิมันต์ โรม ได้สะท้อนถึงภาพใหญ่ของโลกผ่านกรอบ “2G +
Crisis” โดยชี้ว่าประเทศไทยจำเป็นต้องกำหนดยุทธศาสตร์ทางภูมิรัฐศาสตร์ให้ชัด
พร้อมยกระดับธรรมาภิบาล และเพิ่มขีดความสามารถในการรับมือวิกฤต
ตั้งแต่สงครามไปจนถึงปัญหาคอร์รัปชัน นอกจากนี้ยังทิ้งท้ายเตือนรัฐไทย
“ควนตามโลกให้ทัน”
ด้าน
นายจตุพร พรหมพันธุ์ เน้นย้ำว่า
ความมั่นคงของประเทศในยุคปัจจุบันไม่ได้อยู่แค่ด้านทหาร
แต่รวมถึงความมั่นคงทางอาหาร (Food Security) และโครงสร้างพลังงาน
(Energy) พร้อมเสนอแนวคิด FEG
(Food–Energy–Governance) เป็นแกนหลักของการขับเคลื่อนประเทศ
และย้ำแบบหนักแน่นว่า “อาหาร–พลังงาน” คือความมั่นคงใหม่
นอกจากนี้
รศ.ดร.ธนพร ศรียากูล ได้นำเสนอแนวคิด”เศรษฐกิจชาตินิยม” ที่เน้นการพึ่งพาตนเอง
ลดการพึ่งพาภายนอก
และการชี้แนวทางถึงการเพิ่มบทบาทของรัฐบาลในการปกป้องผลประโยชน์ของประเทศ
ท่ามกลางการแข่งขันระดับโลกที่ทวีความเข้มข้น พร้อมทิ้งท้ายแนะรัฐบาลหากต้องการพาประเทศไทยให้รอดพ้นจากสภาวะโลกภายนอกที่มีความผันผวนอย่างรุนแรง
ควรเดินหน้าและมั่นใจที่จะผลักดัน แนวคิด“เศรษฐกิจชาตินิยม” เพราะนี่
คือทางเลือกเหมาะกับประเทศไทย ในสภาวะโลกที่มีการแข่งขันสูงในปัจจุบัน
เช่นนี้
ในท้ายสุดบทสรุปที่ได้จากเวทีเสวนาครั้งนี้
คือ: ไทยกำลังยืนอยู่บน “จุดเปลี่ยน” สำคัญอีกครั้ง เพราะสิ่งสำคัญ ของการเลือกตั้ง
2569 ไม่ใช่แค่การเปลี่ยนรัฐบาล แต่เป็น
“จุดเปลี่ยนเชิงโครงสร้าง” ของการเมืองไทย โดยเฉพาะในยุคที่ พลเมืองยอมรับให้ดิจิทัลมีบทบาทในชีวิตประจำวันสูงขึ้น
ความคาดหวังต่อความโปร่งใสเพิ่มขึ้น ในขณะที่สภาวะโลกภายนอกก็มรความผันผวนรุนแรง
“เศรษฐกิจชาตินิยม” จึงเป็นทางเลือกสำหรับยุคที่โลกยังคงมีการแข่งขันสูง
ดร.ธัญญ์พิชชา
ระบุว่า การเลือกตั้งเป็นกลไกสำคัญของประชาธิปไตยที่สะท้อนเจตจำนงของประชาชน
แต่สิ่งสำคัญยิ่งกว่าคือ “ทิศทางหลังเลือกตั้ง”
ว่ารัฐบาลใหม่จะสามารถตอบโจทย์ความคาดหวังของสังคม
และรับมือกับความเปลี่ยนแปลงของโลกได้หรือไม่
ด้าน
ดร.สุทธศรี วงษ์สมาน คณบดีวิทยาลัยสื่อสารการเมือง กล่าวเพิ่มเติมว่า
การจัดเวทีครั้งนี้นับเป็นการสะท้อนบทบาทของวิทยาลัยสื่อสารการเมือง
มหาวิทยาลัยเกริก
ที่มีเป้าหมายในการมุ่งสู่การเป็นเป็นศูนย์กลางทางวิชาการที่สร้างองค์ความรู้
และเป็นพื้นที่กลางในการระดมสมอง
เพื่อพัฒนาเป็นข้อเสนอเชิงนโยบายสู่รัฐบาลและสังคม
อีกทั้งยังเป็นการชูบทบาทมหาวิทยาลัยเกริก และวิทยาลัยสื่อสารการเมือง
ในการร่วมเป็นพื้นที่กลางของสังคม
ผ่านเวทีเสวนาเพื่อแลกเปลี่ยนความคิดเห็นอย่างเสรี
ซึ่งช่วยสะท้อนภาพมุมมองทางการเมือง ตามกลไกการเชื่อมโยงสังคมกับนโยบายสาธารณะได้แบบครบวงจร
“อนาคตไทย”
ไม่ได้อยู่ที่ใครคนเดียว ซึ่งเวทีนี้สะท้อนชัดว่า อนาคตประเทศไทยหลังเลือกตั้ง 2569 ไม่ได้ขึ้นอยู่กับรัฐบาลเพียงลำพัง แต่ขึ้นอยู่กับ ความสามารถของรัฐ
การมีส่วนร่วมของประชาชน และการปรับตัวให้ทันโลกที่เปลี่ยนไป
ติดตามรายละเอียดเพิ่มเติม: เว็บไซต์
www.krirk.ac.th หรือ Facebook:
มหาวิทยาลัยเกริก



