กรมประมงนำร่องเปิดใช้งานระบบการออกหนังสือคนประจำเรือสำหรับแรงงานต่างด้าว
“Smart Seabook” จังหวัดสมุทรปราการพื้นที่แรก วันที่ 27 มีนาคม 2569 และเตรียมขยายผลใช้งานระบบทั่วประเทศ
เจ้าหน้าที่ เจ้าของเรือ และผู้รับมอบอำนาจ สามารถเข้าถึงการทำธุรกรรมต่าง ๆ
ที่เกี่ยวกับหนังสือคนประจำเรือสำหรับคนต่างด้าวผ่านช่องทางออนไลน์ ในรูปแบบ Web
Application และ Mobile Application ยื่นคำขอทำได้ทุกที่ทุกเวลา
ลดขั้นตอนการเดินทางและลดการใช้เอกสารกระดาษโดยได้ลงพื้นที่จัดฝึกอบรมหลักสูตรสำหรับนายจ้างหรือผู้รับมอบอำนาจ
ตามพื้นที่ตั้งของศูนย์ควบคุมการแจ้งเรือเข้าออก (PIPO) 22
จังหวัดชายทะเล ไปแล้วเมื่อเดือนตุลาคม - ธันวาคม 2568 จำนวน
23 รุ่น มีนายจ้างหรือผู้รับมอบอำนาจเข้าร่วมฝึกอบรมกว่า 600 ราย
นายประเทศ
ซอรักษ์ รองอธิบดีกรมประมง
เปิดเผยภายหลังเป็นประธานเปิดการใช้งานระบบการออกหนังสือคนประจำเรือสำหรับแรงงานต่างด้าว
“Smart Seabook” ว่า
กรมประมงได้มีภารกิจในการดำเนินการขึ้นทะเบียนแรงงานต่างด้าวที่ประสงค์จะทำงานในเรือประมง
โดยให้มาจัดทำหนังสือคนประจำเรือตามมาตรา 83
แห่งพระราชกำหนดการประมง พ.ศ. 2558 ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2559 จนถึงปัจจุบัน ซึ่งระบบการออกหนังสือคนประจำเรือสำหรับแรงงานต่างด้าว (Seabook)
ที่กรมประมงใช้อยู่เป็นระบบที่เจ้าของเรือและแรงงานต้องมาติดต่อที่หน่วยงาน
ณ สถานที่ตั้ง
สำหรับระบบออนไลน์ที่พัฒนาขึ้นนี้สอดคล้องขานรับกับนโยบายรัฐบาลและกรมประมงโดยการขับเคลื่อนนโยบายโดยนางฐิติพร
หลาวประเสริฐ อธิบดีกรมประมง ที่มุ่งเน้นการพัฒนากระบวนการดำเนินงานเปลี่ยนผ่าน
สู่ยุคดิจิทัล (Transformation) เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการบริหารจัดการและยกระดับคุณภาพการให้บริการ
ซึ่งจะเป็นการอำนวยความสะดวกแก่ประชาชนและผู้ประกอบการภาคประมงโดยในการพัฒนาระบบการออกหนังสือคนประจำเรือสำหรับแรงงานต่างด้าว
(Smart Seabook) เป็นการพัฒนาระบบจากเดิมที่ต้องเข้ามารับบริการ
ณ สถานที่ยื่นคำขอ โดยเจ้าหน้าที่ เจ้าของเรือ
และผู้รับมอบอำนาจสามารถเข้าถึงการทำธุรกรรมต่าง ๆ
ที่เกี่ยวกับหนังสือคนประจำเรือสำหรับคนต่างด้าวผ่านช่องทางออนไลน์ ในรูปแบบ Web
Application และ Mobile Application ช่วยให้การยื่นคำขอทำได้ทุกที่ทุกเวลา
ลดขั้นตอนการเดินทางและลดการใช้เอกสารกระดาษ เช่น
1) มีการเชื่อมโยงข้อมูลกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
ไม่ว่าจะเป็นฐานข้อมูลแรงงานต่างด้าวทุกกลุ่มจากกรมการจัดหางาน การออกใบอนุญาต E-285 จากกรมเจ้าท่า ฐานข้อมูลประชาชนจากกรมการปกครอง
รวมถึงข้อมูลใบอนุญาตทำการประมงและการแจ้งเรือเข้าออกจากกรมประมง
ทำให้ทั้งผู้ประกอบการและเจ้าหน้าที่ทำงานได้คล่องตัวและลดข้อผิดพลาดในการบันทึกข้อมูล
2) มีการแจ้งเตือนสถานะต่าง
ๆ ของกระบวนการออกหนังสือคนประจำเรือสำหรับคนต่างด้าว (Seabook) ผ่าน Line OA โดยแจ้งเตือนการหมดอายุของหนังสือคนประจำเรือ
เพื่อป้องกันการใช้แรงงานผิดกฎหมายโดยไม่เจตนา
3) สามารถตรวจสอบความถูกต้องได้แม่นยำและตรวจสอบย้อนกลับอย่างเป็นระบบ
ทั้งข้อมูลเจ้าของเรือ ผู้รับมอบอำนาจ แรงงานต่างด้าว
4) ชำระค่าธรรมเนียมผ่านระบบการรับชำระเงินกลางของบริการภาครัฐของกรมบัญชีกลาง
ซึ่งการดำเนินการที่ผ่านมากรมประมงได้มีการเตรียมความพร้อมก่อนเปิดใช้งาน
โดยมีการลงพื้นที่จัดฝึกอบรมหลักสูตรอบรมสำหรับนายจ้างหรือผู้รับมอบอำนาจ
ตามพื้นที่ตั้งของศูนย์ควบคุมการแจ้งเรือเข้าออก (PIPO) 22 จังหวัดชายทะเล ตั้งแต่เดือนตุลาคม - ธันวาคม 2568
จำนวน 23 รุ่น
มีนายจ้างหรือผู้รับมอบอำนาจเข้าร่วมฝึกอบรมกว่า 600 ราย
โดยในวันนี้
กรมประมงได้ร่วมมือกับสมาคมการประมงแห่งประเทศไทย สมาคมการประมงสมุทรปราการ
ใช้จังหวัดสมุทรปราการ เป็นพื้นที่นำร่องแห่งแรกในการใช้งานระบบใหม่นี้
เนื่องจากเป็นพื้นที่ที่มีกิจกรรมการประมงหนาแน่น และมีแรงงานต่างด้าวเป็นจำนวนมาก
การที่กรมประมงได้พัฒนาระบบ Smart Seabook ขึ้นมาถือเป็นการตอบโจทย์ความต้องการของพี่น้องชาวประมงโดยตรง
เพราะจะช่วยลดปัญหาความยุ่งยากในเรื่องขั้นตอนเอกสาร
และช่วยให้การทำธุรกิจประมงมีความคล่องตัว รวดเร็ว และถูกต้องตามกฎหมายมากยิ่งขึ้น
ทำให้บริหารจัดการเวลาและแผนการออกทำการประมงได้ทำให้ไม่กระทบต่อการดำเนินธุรกิจ
โดยหลังจากการนำร่องที่สมุทรปราการ (วันที่ 27 มีนาคม 2569)
กรมประมงจะมีการรวบรวมประเด็นปัญหาต่าง ๆ
และนำไปปรับปรุงระบบให้สมบูรณ์ที่สุด ก่อนจะเริ่มเปิดใช้งานระบบจริงทั่วประเทศ
ในช่วงต้นเดือนพฤษภาคมเพื่อให้เป็นมาตรฐานเดียวกัน
“ระบบ Smart Seabook จะเป็นกุญแจสำคัญในการเปลี่ยนผ่านสู่ยุคการประมงที่ยั่งยืน
ทั้งมิติด้านการบริหารจัดการแรงงานในภาคประมงและด้านสิทธิมนุษยชน
มีระบบฐานข้อมูลดิจิทัลที่ช่วยให้การยื่นขอหนังสือคนประจำเรือสำหรับแรงงานต่างด้าวมีความรวดเร็วและแม่นยำสูงขึ้น
สามารถติดตามสถานการณ์ทำงานของแรงงานได้อย่างเป็นระบบ
เป็นการอำนวยความสะดวกให้กับชาวประมงในการจ้างแรงงานต่างด้าวที่ทำงานในเรือประมง
รวมถึงแรงงานต่างด้าวได้รับการคุ้มครองสิทธิและสวัสดิการ อีกทั้ง
ช่วยยกระดับมาตรฐานแรงงานไทยให้สอดคล้องกับอนุสัญญาแรงงานประมงในระดับสากล
ส่งผลให้ภาพลักษณ์ของสินค้าประมงไทยในตลาดโลกมีความน่าเชื่อถือ
พร้อมกลับมาเป็นฟันเฟืองสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศอีกครั้ง”รองอธิบดีกรมประมงกล่าว...




