นายกรัฐมนตรี “อนุทิน” เปิดงาน “ศิลปาชีพ ประทีปไทย OTOP หลอมดวงใจ ด้วยพระบารมี” ปี 2569 ภายใต้แนวคิด “RADIANCE
OF SIAM สิริรัศมีแห่งแผ่นดิน
: ส่องแสง…สืบสาน…เปล่งประกาย”
เพื่อร่วมน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณอันหาที่สุดมิได้
ของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง
พร้อมชวนประชาชนใช้สิทธิ์ “ไทยช่วยไทย พลัส” เลือกซื้อสินค้า OTOP และของดีจากชุมชน ช่วยเพิ่มกำลังซื้อ กระจายรายได้ถึงผู้ประกอบการโดยตรง
และร่วมกันส่งต่อภูมิปัญญาไทยให้เติบโตอย่างยั่งยืน
วันนี้ (10 สิงหาคม 2569) เวลา 15.00 น.นายอนุทิน ชาญวีรกูล
นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เป็นประธานเปิดงาน
“ศิลปาชีพประทีปไทย OTOP หลอมดวงใจ
ด้วยพระบารมี” ปี 2569 โดยมี นายอรรษิษฐ์ สัมพันธรัตน์ ปลัดกระทรวงมหาดไทย
กล่าวรายงาน พร้อมด้วย นางธนนนท์ ชาญวีรกูล
ประธานกรรมการคู่สมรสคณะรัฐมนตรีและที่ปรึกษากิตติมศักดิ์สมาคมแม่บ้านมหาดไทย นายสยาม ศิริมงคล อธิบดีกรมการพัฒนาชุมชน
คณะทูตานุทูต คณะรัฐมนตรี คณะผู้บริหารกระทรวงมหาดไทย ผู้บริหารจากหน่วยงานภาคี
และพรีเซนเตอร์งาน น.ส.พิมประภา ตั้งประภาพร ตลอดจนผู้ประกอบการ OTOP และประชาชนจำนวนมาก เข้าร่วมในพิธี ณ เวทีกลาง ชาเลนเจอร์ 2 อิมแพ็ค
เมืองทองธานี
พิธีเปิดเริ่มต้นด้วยช่วงแห่งการถวายความอาลัย
ก่อนเข้าสู่การแสดงอันงดงามผ่านบทเพลง “สายใยแผ่นดิน” ถ่ายทอดด้วยเสียงขับร้อง
ประกอบการบรรเลงโดย วงดุริยางค์เยาวชน ในพระอุปถัมภ์ฯ ในการแสดงที่มีชื่อว่า “จากผืนดิน…ผ่านผืนผ้า…สู่ผืนฟ้าแห่งสากล”
สร้างบรรยากาศที่เปี่ยมด้วยความหมายและความสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ
โดยเนื้อหาของบทเพลงสะท้อนถึงพระเมตตาที่ทรงเปลี่ยนสิ่งธรรมดา
ให้กลายเป็นงานศิลป์อันทรงคุณค่า ขณะเดียวกัน ภาพของเยาวชนที่ร่วมถ่ายทอดบทเพลง
ยังสะท้อนถึงการส่งต่อสายใยแห่งภูมิปัญญาและความเป็นไทยจากคนรุ่นหนึ่งสู่คนรุ่นต่อไป
นายอนุทิน ชาญวีรกูล กล่าวว่า รัฐบาลให้ความสำคัญกับ OTOP ในฐานะพลังสำคัญของเศรษฐกิจฐานราก
โดยมุ่งสร้างโอกาสให้ผู้ประกอบการท้องถิ่นนำภูมิปัญญาและอัตลักษณ์ของชุมชนมาต่อยอด
พัฒนาคุณภาพ เพิ่มความคิดสร้างสรรค์
และสร้างมูลค่าให้ผลิตภัณฑ์สามารถเข้าถึงตลาดที่กว้างขึ้น เพราะ OTOP ไม่ใช่เพียงการซื้อขายสินค้า แต่เป็นการแสดงอัตลักษณ์ความเป็นไทย และเป็น
“ทุนทางวัฒนธรรม” ที่สามารถต่อยอดเป็นทุนทางเศรษฐกิจ
ขับเคลื่อนทั้งเศรษฐกิจฐานรากและเศรษฐกิจสร้างสรรค์ของประเทศ
พร้อมกันนี้
นายกรัฐมนตรียังเชิญชวนประชาชนที่ได้รับสิทธิ์ “ไทยช่วยไทย พลัส”
นำสิทธิ์มาใช้เลือกซื้อสินค้า OTOP จากร้านค้าที่เข้าร่วมโครงการภายในงาน เพื่อช่วยเพิ่มกำลังซื้อให้ประชาชน
และส่งต่อรายได้ไปถึงผู้ประกอบการและชุมชนโดยตรง
โดยทุกการจับจ่ายไม่เพียงช่วยให้ผู้บริโภคได้สินค้าคุณภาพในราคาที่คุ้มค่า
แต่ยังเป็นการร่วมกัน “อุดหนุนของดีชุมชน ช่วยคนไทย สร้างรายได้ให้ชุมชนไทย”
และทำให้ภูมิปัญญาท้องถิ่นได้รับการสืบสาน ต่อยอด และเปล่งประกายไปได้ไกลยิ่งขึ้น
ภายหลังเสร็จสิ้นพิธีเปิด นายอนุทิน ชาญวีรกูล พร้อมคณะ
ได้เดินเยี่ยมชมนิทรรศการจากหน่วยงานภาคี
พร้อมพูดคุยกับผู้ผลิตผู้ประกอบการที่นำสินค้ามาแสดงและจำหน่าย
โดยความพิเศษของการจัดแสดงและจำหน่ายผลิตภัณฑ์ OTOP
ในปีนี้ ที่ต่างจากปีที่ผ่านมา คือ 4 โซนใหม่ ที่เปิดมุมมองสินค้า OTOP
ให้กว้างและร่วมสมัยยิ่งขึ้น ได้แก่ OTOP มูเตลู
นำความเชื่อและวัฒนธรรมท้องถิ่นมาต่อยอดเป็นผลิตภัณฑ์สร้างสรรค์, OTOP
Craft & Design ยกระดับงานหัตถกรรมและจักสานด้วยการออกแบบ,
OTOP Luxury นำเสนอเครื่องประดับและงานฝีมือระดับพรีเมียม และ OTOP
Spirits Tasting เปิดพื้นที่ให้ผลิตภัณฑ์เครื่องดื่มจากวัตถุดิบและภูมิปัญญาท้องถิ่นได้สร้างประสบการณ์และโอกาสทางการตลาดใหม่
นอกจากนี้ ยังมี OTOP Next พื้นที่ที่สะท้อนทิศทางใหม่ของ OTOP ผ่านการพัฒนาผลิตภัณฑ์
การออกแบบ การตลาด เทคโนโลยี และการเชื่อมโยงภูมิปัญญาจากต่างชุมชน
เพื่อทำให้ของดีท้องถิ่นสามารถเข้าถึงผู้บริโภครุ่นใหม่
โดยยังคงรักษาอัตลักษณ์และเรื่องราวของชุมชนไว้
ซึ่งสอดคล้องกับเป้าหมายของงานที่ต้องการเปลี่ยนทุนทางวัฒนธรรมให้กลายเป็นทุนทางเศรษฐกิจอย่างสร้างสรรค์
กระทรวงมหาดไทย โดย กรมการพัฒนาชุมชนจึงขอเชิญชวนประชาชนร่วม ชม ชิม
ช้อป และสัมผัสคุณค่าภูมิปัญญาไทย จากผู้ผลิต ผู้ประกอบการทั่วประเทศในงาน
“ศิลปาชีพ ประทีปไทย OTOP หลอมดวงใจด้วยพระบารมี”
ปี 2569 ตั้งแต่วันนี้ ถึง 16 สิงหาคม ณ อาคารชาเลนเจอร์ 1–3 อิมแพ็ค เมืองทองธานี




