กรมชลประทาน ร่วมกับมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ จัดกิจกรรมสื่อมวลชนสัญจร
นำคณะสื่อมวลชนทั้งส่วนกลางและส่วนท้องถิ่นลงพื้นที่เขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC) ติดตามความคืบหน้า
“โครงการวิเคราะห์สมดุลน้ำเชิงระบบ (Water Accounting) สนับสนุนการเพิ่มปริมาณน้ำต้นทุนด้วยการผันน้ำ-อ่างเก็บน้ำ-โครงข่ายน้ำขนาดใหญ่
รองรับความต้องการน้ำของเมืองใหม่อัจฉริยะ ในพื้นที่เขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก”
มุ่งเสริมสร้างความมั่นคงด้านทรัพยากรน้ำ รองรับการเติบโตของเมืองใหม่อัจฉริยะ
และภาคอุตสาหกรรมในพื้นที่จังหวัดชลบุรี ระยอง และฉะเชิงเทรา
จังหวัดชลบุรี ระยอง และฉะเชิงเทรา
เป็นพื้นที่เป้าหมายหลักในการขับเคลื่อนยุทธศาสตร์เศรษฐกิจของประเทศ
ภายใต้เขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก โดยเฉพาะโครงการศูนย์ธุรกิจ EEC และเมืองใหม่น่าอยู่อัจฉริยะ ในพื้นที่ตำบลห้วยใหญ่
อำเภอบางละมุง จังหวัดชลบุรี ซึ่งการเติบโตของเมืองใหม่และภาคอุตสาหกรรมอย่างมั่นคงนั้น
จำเป็นต้องมี “ความมั่นคงด้านทรัพยากรน้ำ” รองรับ
กรมชลประทานจึงได้มอบหมายให้มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์
ดำเนินการศึกษาและวิเคราะห์สมดุลน้ำเชิงระบบ
เพื่อประเมินปริมาณน้ำต้นทุนและความต้องการใช้น้ำในทุกมิติ ของพื้นที่อย่างรอบด้าน
แนวทางการพัฒนาที่สำคัญของโครงการ ได้แก่
การพัฒนาแหล่งกักเก็บน้ำแห่งใหม่ (อ่างเก็บน้ำคลองบางไผ่ตอนบน ขนาดพื้นที่ประมาณ
600 ไร่) ควบคู่ไปกับการก่อสร้างระบบโครงข่ายท่อส่งน้ำดิบ
เชื่อมโยงจากอ่างเก็บน้ำหนองปลาไหล ระยะทางประมาณ 42 กิโลเมตร
เพื่อผันน้ำมาสนับสนุนเขตเมืองใหม่อัจฉริยะ อย่างเป็นระบบและยั่งยืน
นายจักรพันธุ์ ช้อยหิรัญ
ผู้เชี่ยวชาญด้านวิศวกรรมโยธา (ด้านวางแผน) กรมชลประทาน กล่าวว่า
โครงการนี้ให้ความสำคัญกับการมีส่วนร่วมของประชาชนในทุกขั้นตอน
โดยได้จัดการประชุมปฐมนิเทศเพื่อเปิดตัวโครงการ
และจัดประชุมกลุ่มย่อยรับฟังความคิดเห็นเชิงพื้นที่แล้ว 2 ครั้ง
ในจังหวัดชลบุรีและระยอง
ก่อนจะจัดการประชุมปัจฉิมนิเทศเพื่อนำเสนอผลการศึกษาฉบับสมบูรณ์และรับฟังความคิดเห็น
ครั้งสุดท้ายจากทุกภาคส่วนต่อไป “กิจกรรมสื่อมวลชนสัญจรในวันนี้
เป็นโอกาสสำคัญที่จะให้สื่อมวลชนได้เห็นพื้นที่จริง
และเข้าใจกระบวนการศึกษาอย่างรอบด้าน เพื่อเป็นสื่อกลางถ่ายทอดข้อมูลที่ถูกต้องไปยังประชาชน”
ด้าน ผศ.ดร.ณัฐ มาแจ้ง
หัวหน้าทีมที่ปรึกษาจากมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ กล่าวเสริมว่า
การบริหารจัดการน้ำในยุคปัจจุบันไม่สามารถมองเพียงการสร้างอ่างเก็บน้ำเพียงอย่างเดียว
แต่ต้องมองเป็นภาพรวมเชิงระบบ ทั้งมิติของน้ำฝน น้ำท่า น้ำบาดาล
ตลอดจนความต้องการใช้น้ำของทุกภาคส่วน ทั้งภาคการอุปโภคบริโภค การท่องเที่ยว
เกษตรกรรมเดิมในพื้นที่ และภาคอุตสาหกรรมที่จะเกิดขึ้นใหม่
สำหรับกิจกรรมสื่อมวลชนสัญจรในครั้งนี้
คณะสื่อมวลชนได้ลงพื้นที่สำรวจเส้นทางและจุดดำเนินโครงการฯ
พร้อมรับฟังการบรรยายสรุปจากผู้บริหารกรมชลประทานและทีมที่ปรึกษา ทั้งความเป็นมา
ภาพรวมพื้นที่ศึกษา แนวทางการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำ
และประโยชน์ที่ประชาชนในพื้นที่จะได้รับ
ก่อนเปิดโอกาสให้สื่อมวลชนได้สัมภาษณ์และซักถามข้อมูลเพิ่มเติมโดยตรง
กรมชลประทานยืนยันว่าจะเดินหน้าเปิดรับฟังความคิดเห็นจากทุกภาคส่วนอย่างต่อเนื่อง
เพื่อให้ผลการศึกษาของโครงการมีความครบถ้วนสมบูรณ์
สอดคล้องกับความต้องการของพื้นที่
และเกิดประโยชน์สูงสุดต่อการพัฒนาแหล่งน้ำอย่างยั่งยืนของภาคตะวันออกต่อไป




